ที่ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี (7 ตุลาคม 2566) พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และรอง ผอ.รมน.ได้ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และรับฟังสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)โดยมี พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4 / ผอ.รมน.ภาค 4) พร้อมผู้บังคับบัญชาและกำลังพลร่วมให้การต้อนรับ

โดยระหว่างการบรรยายสรุปสถานการณ์ พล.ท.ศานติ กล่าวถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ยังพยายามก่อเหตุร้ายสร้างสถานการณ์ในทุกรูปแบบ เพื่อลดความเชื่อมั่นต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ประสานกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง หวังให้องค์กรระหว่างประเทศเข้าแทรกแซง บิดเบือนข่าวสารสร้างความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงตอบโต้ปฏิบัติการทางทหาร เข้าโจมตีชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) เพื่อแสดงศักยภาพ และในบางครั้งมีการทำร้ายเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางที่กระทำมาอย่างต่อเนื่อง
แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้กล่าวถึงการทำงานของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้นำกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระยะที่ 2 ห้วงปี 2566-2570 และกรอบแนวทางการปฏิบัติปี 2566 มาปรับปรุงให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงแผนงานการทำงานของกองทัพหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยให้ทุกภาคส่วนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมบูรณาการในทุกมิติ เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้ตรงความต้องการและสร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชน
ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนที่ติดกับมาเลเซียของจังหวัดนราธิวาส ได้มอบหมายให้กองบังคับการควบคุมสุริโยทัย จัดกำลังลาดตระเวนพื้นที่ตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ เพ่งเล็งช่องทางท่าข้ามที่ผิดกฎหมาย ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ โดยได้เน้นย้ำในเรื่องการบูรณาการประสานการทำงานใน จชต. กับทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร รวมถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอบต.) ที่ขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนา
ในส่วนของชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ที่รับภาระกิจในการรักษาความปลอดภัยของชุมชน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ตกเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ให้เพิ่มการฝึกฝนให้มีความเข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่ มีความพร้อมรับมือสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ทั้งการดูแลตัวเอง รักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยหมู่บ้านภายใต้การพึ่งพาตนเอง และได้กำชับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ให้มีมาตรการชัดเจนเกี่ยวกับการป้องกันฐาน และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อลดการสูญเสีย
พล.อ.เจริญชัย ยังได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ คือหน้าที่สำคัญของกองทัพบก ซึ่งประกอบด้วย กำลังทหาร ตำรวจและกองทัพอื่นๆ ตลอดจนทุกภาคส่วน ต้องร่วมกันบูรณาการทำงานนำความหวังของคนไทยทั้งชาติ ที่อยากเห็นประชาชนในพื้นเกิดความสงบสุข ร่มเย็น พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องใส่ใจดูแลกำกับลูกน้องให้ดี เพราะเป็นกำลังหลักเพื่อสร้างขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อให้เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคง ว่า ในสัปดาห์หน้า พล.อ.เจริญชัย ผบ.ทบ. จะขอเข้าพบ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงสถานการณ์ใน จชต.ให้รับทราบ และข้อกังวลของฝ่ายความมั่นคงเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล ที่จะมีการพิจารณาใน ครม.ในวันที่ 17 ตุลาคม นี้ ในเรื่องการขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ จชต. ที่จะครบกำหนดการขยายเวลาหนึ่งเดือนในวันที่ 19 ตุลาคม
ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ระหว่างการลงพื้นที่ จชต.ของ ผบ.ทบ. กองทัพภาค 4 ได้แสดงความกังวลหากมีการยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะส่งผลต่อการทำงานด้านความมั่นคงใน จชต. ซึ่งตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษทั้งหมด จชต.ในปี 2570 หากมีการยกเลิกก่อนกำหนดเวลา จากนโยบายของฝ่ายการเมืองอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต




