ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กมธ.การตำรวจ เพื่อพิจารณากรณีคำร้องของวัชระ เพชรทอง อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้ทางกมธ.ตำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจจริงหรือไม่ว่า ในที่ประชุมได้ข้อสรุปมาดังนี้ 1.เรื่องการวินิจฉัยให้ทักษิณรักษาตัวที่รพ.ใดนั้น เป็นความเห็นของแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์ว่า มีอาการป่วยอะไรบ้าง อย่างโรคไวรัสตับอักเสบบี และทักษิณมีอาการแน่นหน้าอกช่วงกลางดึก ซึ่งเป็นผลมาจากที่ทักษิณเคยติดโควิดมาก่อน ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับปอด แพทย์จึงมีความเห็นว่า ให้ส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่รพ.ตำรวจ 2.เงินที่ใช้รักษาตัวนายทักษิณนั้น เป็นการใช้สิทธิตามสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และทางกรมราชทัณฑ์แจ้งว่า หากใช้เกินสิทธิ์ที่สปสช. กำหนด ผู้ต้องขังมีสิทธิจ่ายเงินส่วนต่างได้ ส่วนตัวจึงถามกลับไปว่า มีระเบียบข้อไหนที่ระบุว่าสามารถดำเนินการเช่นนี้ได้ ก็ขอให้กรมราชทัณฑ์ส่งเอกสารกลับมายัง กมธ.
ชัยชนะ กล่าวต่อว่า 3.ขอให้กรมราชทัณฑ์ส่งเอกสารข้อมูล ภาพถ่ายผู้คุมที่ปฎิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ทักษิณออกจากเรือนจำกรุงเทพฯ และรพ.ตำรวจ รวมทั้งการผลัดเปลี่ยนเวรต่างๆ ว่ามีจำนวนผู้คุมเท่าไหร่ 4.ทางกรมราชทัณฑ์ได้ชี้แจงกับเราว่า ให้ดูใบกรอกประวัติอิเล็กทรอนิกส์ว่าทักษิณได้กรอกข้อมูลเบื้องต้น ก่อนเข้ารับโทษ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อย่างถูกต้องเรียบร้อย แต่ทางผู้ร้องได้ระบุว่า ให้นำใบกรอกกระดาษ รท.101 มาด้วย ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ก็จะรวบรวมส่งเอกสารให้เราต่อไป 5. ทาง กมธ. มีมติว่า จะเดินทางไปยังรพ.ตำรวจ ในเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มกราคม ก่อนวันเด็กแห่งชาติเพียง 1 วัน แต่หากในวันนั้นตรงกับการประชุม ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ก็ต้องเลื่อนออกไปก่อน
เมื่อถามว่า หาก กมธ. เดินทางไปรพ.ตำรวจ จะเชิญ พ.ต.ต.ทวี ไปด้วยหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ข้อมูลที่เราได้ในวันนี้ถือว่าครบถ้วนพอสมควร ส่วนเรื่องระเบียบที่ทางราชทัณฑ์ยังชี้แจงไม่ได้ ส่วนตัวจึงบอกว่าให้ส่งเป็นเอกสารมา เมื่อได้เอกสารมาเราจะได้เห็นความกระจ่างทั้งหมด
ชัยชนะ กล่าวต่อว่า ณัฐพงษ์ สุมโสธรรม กมธ.การตำรวจ วัชระ และจ่าอากาศเอกอภิชาติ แก้วโกศล รองประธาน กมธ. ได้ขอว่า ระเบียบและกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ในการที่ผู้ต้องขังถูกจำขัง 120 วัน มีขั้นตอนในการขอเพื่อไปคุมขังนอกเรือนจำอย่างไร คณะกรรมการมีการพิจารณาหลักเกณฑ์อย่างไร และนักโทษประเภทใดบ้างที่เข้าข่ายการพิจารณาให้คุมขังนอกเรือนจำ
ส่วนกรณีที่สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีนักโทษที่เข้าข่ายประมาณ 10,000 คนนั้น ยังตอบไม่ได้ และไม่ทราบว่ามีกี่คน เพราะต้องดูเอกสารก่อนว่า มีหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร และนักโทษที่เข้าข่ายมีจำนวนเท่าไหร่
เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ในวันที่ 12 ม.ค. 2567 จะมีการตรวจสอบอะไรบ้าง ชัยชนะ กล่าวว่า ดูทั้งหมด ทั้งการรักษาตัว การปฎิบัติต่อผู้ป่วยที่เป็นผู้ต้องขังของโรงพยาบาลตำรวจ ว่าพักรักษาตัวที่ห้องใด ตึกใด และมีขั้นตอน มาตรการควบคุมผู้ต้องขังอย่างไร
เมื่อถามต่อว่า จะไปชั้น 14 ด้วยหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ไปทุกชั้นที่มีผู้ต้องขังอยู่ เพราะเราไปศึกษาดูงาน
เมื่อถามว่า หากโรงพยาบาลตำรวจไม่ให้เข้าชั้น 14 โดยอ้างว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ป่วย ชัยชนะ กล่าวว่า เราจะทำหนังสือแจ้งไปที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเดินทางไปสืบหาข้อเท็จจริงให้สังคมไทยหายสงสัย ก็เป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาลตำรวจที่จะตอบว่า จะอนุญาตแค่ไหน ส่วนตัวไม่อาจก้าวล่วงได้
เมื่อถามอีกว่า ถ้ารพ.ตำรวจไม่อนุญาต กมธ.มีสิทธิ์ทำอะไรหรือไม่ ชัยชนะ กล่าวย้ำว่า ก็เป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาลตำรวจที่จะต้องตอบสังคมให้ได้ว่า เพราะอะไร มีเหตุผลอะไรบ้าง
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ในวันที่ 12 ม.ค. 2567 ทักษิณจะยังอยู่ที่รพ.ตำรวจ ชัยชนะ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ใช่เทวดาที่จะตอบได้ อยู่หรือไม่อยู่ แต่ 12 ม.ค. ต้องขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะให้สิทธิ์กับนักโทษคนใดอย่างไร แต่ถ้าส่วนตัวไปตอบว่า อยู่หรือไม่อยู่ แต่เกิดไม่อยู่หรืออยู่ ส่วนตัวก็เสียหน้า เพราะฉะนั้น ยังไม่ตอบ ส่วนตัวไม่ได้เป็นซุปเปอร์แมนที่เนรมิตให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีการปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน กมธ.ได้คลายข้อสงสัยตรงนี้หรือไม่ ชัยชนะ กล่าวว่า ก็ยังไม่คลาย เพราะต้องรอเอกสารที่กรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า ผู้ต้องหาใช้บัตรทองในการรักษาตัว ซึ่งเมื่อเกินสิทธิ์บัตรทอง มีระเบียบข้อใดรองรับ ให้สามารถใช้เงินของครอบครัวได้หรือไม่ ถ้ามีรองรับ เราก็จะได้ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนทราบว่า ถ้านายเอ อยากใช้สิทธิ์เหนือนักโทษคนอื่น ก็สามารถใช้ได้ แต่ใช้เงินตัวเอง




