ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม พิจารณาข้อพิพาทปัญหาที่ดินเขากระโดง ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์
ซึ่งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง โดยในส่วนของ รมว.มหาดไทย ได้ส่ง ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมพร้อมกับอธิบดีกรมที่ดิน และคณะ ขณะที่ รมว.คมนาคม ได้ส่งผู้อำนวยการกองกฎหมาย ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นทาง เอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่า รฟท.เข้าร่วมประชุม
นอกจากหน่วยงานที่เข้าชี้แจงแล้ว ยังพบว่า สนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ จุลพงษ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอเข้าร่วมประชุมด้วย
โดยก่อนการประชุม พูนศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า ในการตรวจสอบของ กมธ.จะเน้นการพิจารณาในข้อกฎหมาย หากพบประเด็นใดที่ควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย จะเสนอให้แก้ไข ซึ่งรวมถึงการตั้งคณะกรรมการเพิกถอนเอกสารสิทธิ หรือ กรรมการที่ดินที่พิจารณาในข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ที่มีหน้าที่เพิกถอนและออกเอกสารสิทธิต่างๆ
หากพบกระบวนการจัดตั้งไม่ถูกต้อง ต้องแก้ไขระเบียบ หรือกฎหมาย อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่ต้องการทราบข้อมูลว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทยจะดำเนินการใดต่อตามคำสั่งของศาลหรือไม่
ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นมี ‘คนการเมือง’ เข้ามาเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร พูนศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมของ กมธ.วันนี้ ไม่ได้พิจารณาเรื่องส่วนของการเมืองที่เข้ามามีอิทธิพลหรือมีส่วนสัมพันธ์เกี่ยวข้อง
เมื่อถามต่อไปว่า หากมี ‘คนการเมือง’ เข้าไปเกี่ยวข้องจริงๆ จะสาวถึงเจ้าตัวหรือไม่ พูนศักดิ์ กล่าวว่า การประชุม กมธ.จะเน้นระเบียบวิธีปฏิบัติของคณะกรรมการ มาตรา 61 มีข้อบกพร่องอย่างไร และหากมีข้อบกพร่อง กรรมาธิการจะดำเนินอย่างไร ซึ่งเป็นงานหลักของฝ่ายนิติบัญญัติ ในการดูว่าข้อกฎหมายช่องโหว่ระเบียบปฏิบัติของฝ่ายบริหารเป็นอย่างไร เพื่อนำมาแก้ไข
ขณะที่บรรยากาศในการประชุม กมธ. พบว่าในช่วงแรกให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพ โดย ทรงศักดิ์ เดินนำคณะของกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมประชุมกับ กมธ. ทั้งนี้ ทรงศักดิ์ กล่าวช่วงต้นตอนหนึ่งว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับ กมธ.ในการตรวจสอบกรณีที่ดินเขากระโดง ซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชน
เรื่องเขากระโดง ไม่ได้กระทบกับสิทธิของคนคนเดียว, ส่วนของประชาชน ผมเห็นตัวเลขก็รู้สึกเห็นใจ 900 กว่าราย ที่ได้ครอบครองที่ดินมาโดยชอบด้วยกฎหมาย หลายคนก็เข้าใจว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วถึงที่สุดที่ดินดังกล่าวเป็นของการรถไฟทั้งหมด แม้ว่าคำพิพากษานั้นถึงที่สุดก็ต้องยอมรับ แต่จะเป็นที่สุดเฉพาะคู่ความ คู่ความคนอื่นที่ไม่ได้เป็นคู่ความก็ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ ว่า การเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ หากเพิกถอนทั้งหมดจะเป็นธรรมต่อประชาชนหรือไม่
— ทรงศักดิ์ ทองศรี




