‘กมธ.การทหาร’ ลุยสอบปม ‘เขากระโดง’ โยง ‘กองทัพ’

27 พ.ย. 2567 - 16:15

  • ถึงคิว ‘กมธ.การทหาร’ ลุยสอบปม ‘เขากระโดง’

  • แฉ ‘กองทัพ’ สร้างค่ายทหารผิดจุดจากที่ขออนุญาต-เลี่ยงที่ ‘ตระกูลใหญ่’

  • เตรียมเรียก ‘รฟท.-ผบ.มทบ.26-มท.’ แจงพรุ่งนี้

  • แซะมีอิทธิพลขนาด ‘ค่ายทหาร’ ยังยอมย้ายหนี

Committee_on_the_Armed_Forces_called_several_agencies_issue_of_Khao_Kradong_land_SPACEBAR_Hero_c12f13acd8.jpg

วิโรจน์ ​ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า การประชุม กมธ.ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) ได้เชิญผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, อธิบดีกรมที่ดิน และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 หรือ ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก มาชี้แจงต่อ กมธ.

เนื่องจากมีข้อสงสัย และได้รับการร้องเรียนว่า ในการอนุญาตก่อสร้างค่ายมณฑลทหารบกที่ 26 หรือ มทบ.26 นั้น อาจมีการสร้างผิดที่จากเดิมที่กองทัพเคยขออนุญาตไว้เมื่อปี 2521 มีการขออนุญาตจากจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ที่ขออนุญาตคือจังหวัดทหารบกสุรินทร์ (แยกบุรีรัมย์) ที่ขอสร้างค่ายทหารในจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อกองพันทหารราบเบา

ปรากฏว่า ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ขณะนั้น ให้สร้างตามหนังสือสำคัญที่หลวง นสล.4130 และมีการก่อสร้างจนกลายเป็น ร.23 พัน.4 คือค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ในปัจจุบัน  เมื่อไปดูที่ตั้งค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เมื่อเทียบกับหนังสืออนุญษตของผู้ว่าจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนั้น มีข้อสงสัยว่า จะมีการสร้างค่ายทหารผิดที่ และที่ที่ควรจะสร้าง ปรากฏว่าเป็นที่ข้อพิพาทเขากระโดง เพราะมีบุคคลคนหนึ่งอ้างว่า ซื้อที่มาจากตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง แล้วไปฟ้องร้องต่อการรถไฟฯ

ปรากฏว่า การรถไฟฯ ก็ฟ้องแย้ง จนศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า ที่ตรงนั้นเป็นที่รถไฟจริง และที่แปลงนั้นควรจะเป็นที่ตั้งค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ในปัจจุบัน แต่เหตุใดทำไมค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ถึงไปอยู่อีกที่หนึ่ง ที่ห่างจากพื้นที่ที่ขออนุญาตไว้ 2 กิโลเมตร

อยากถามว่า หมุดหมายของใบอนุญาตอยู่ตรงไหนกันแน่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ข้อสงสัยว่าที่ดินแปลงนั้นเป็นที่ทรงอิทธิพล ขนาดว่าค่ายทหารยังยอมย้ายค่ายหนีจริงหรือไม่ ดังนั้น รายละเอียดทั้งหมดเราจะสอบกันในวันที่ 28 พ.ย.

วิโรจน์ ​ลักขณาอดิศร

ด้าน ต่อพงษ์ จีนใจน้ำ อดีตผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ พรรคก้าวไกล ในฐานะที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการฯ กล่าวว่า พบข้อสงสัยต่อกรณีที่กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 หรือ ร.23 พัน.4 มทบ.26 ในขณะนั้น ได้มีการขออนุญาตจังหวัดบุรีรัมย์ขณะนั้น ในการสร้างค่ายทหารกองพันทหารราบเบา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2521

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้อนุญาตให้มีการสร้าง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2521 จนเป็น ร.23 พัน.4 ในปัจจุบัน แต่เมื่อพิจารณาที่ตั้งของค่ายในปัจจุบัน และเปรียบเทียบกับหนังสืออนุญาตการก่อสร้างที่มีการการระบุแผนที่ชัดเจน มีหลักเขตชัดเจน ว่า ทิศเหนือจรดที่ของการรถไฟฯ แต่ที่ปัจจุบันที่มีการก่อสร้างนั้น เป็นที่ที่ทิศเหนือจรดที่ของเอกชน

จึงเชื่อว่าที่ที่กองทัพขอใช้ตั้งแต่แรกผิดที่ จนปี 2561 มีการฟ้องศาลปกครอง, ศาลปกครองได้เรียกเอกสารต่างๆ เข้ามา จึงปรากฏหลักฐานว่า มีคำพิพากษาของศาลฎีกาฉบับหนึ่ง ระหว่างผู้ซื้อที่ดินฟ้องการรถไฟฯ โดยผู้ซื้อที่ดินแจ้งว่า ได้ซื้อที่ดินมาจาก ชัย ชิดชอบ โดย ชัย แจ้งว่า ซื้อมาจากราษฎร จนศาลฯ ได้พิพากษาให้เป็นที่ดินของ รฟท.และค่ายทหารฯ ดังกล่าว

ทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดกองทัพจึงไม่ก่อสร้างค่ายฯ ในที่ดินที่ได้รับอนุญาตตั้แต่แรก เหตุเพราะมีการครอบครองที่ดินทางเหนือติดกับเขากระโดง โดยตระกูลใหญ่ตระกูลนี้หรือไม่ ทาง กมธ.จะได้ตรวจสอบว่า เหตุใดกองทัพถึงไม่ยอมก่อสร้างค่ายฯ บนที่ดินที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่แรก และที่ไปสร้างแปลงใหม่ ได้รับอนุญาตจากที่ใด

ต่อพงษ์ จีนใจน้ำ

ปรึกษาประจำ กมธ.กล่าวด้วยว่า ในจังหวัดบุรีรัมย์ มักมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอีกเยอะ เช่น มีการเปลี่ยนหลักกิโลเมตรของจังหวัด มากกว่า 3 ครั้ง มีการขยับหลักหมุดหลักกิโลเมตรของจังหวัด มากกว่า 3 ครั้ง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใดหรือไม่ ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) กมธ.ก็จะสอบเรื่องนี้ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์