ร้อง ‘ปธ.สภาฯ’ เอาผิด ‘กมธ.ความมั่นคงฯ’ ตั้ง ‘ช่อ พรรณิการ์’ นั่งที่ปรึกษา โดยมิชอบ

2 พ.ย. 2566 - 16:54

  • กระหน่ำทุกทิศ! ร้อง ‘ประธานสภาฯ’ เอาผิด ‘กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ’

  • ปมตั้ง ‘ช่อ พรรณิการ์’ นั่งที่ปรึกษาโดยมิชอบ ฝ่าฝืนคำสั่งศาลฎีกา ‘ตัดสิทธิ์ทางการเมือง’

Complaint_against_Security_Committee_case_of_appointing_Pannika_as_an_advisor_SPACEBAR_Hero_5e6d6ededf.jpg
Complaint_against_Security_Committee_case_of_appointing_Pannika_as_an_advisor_SPACEBAR_Photo01_8fafd52db7.jpg

ทรงชัย เนียมหอม ประธานกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เข้ายื่นหนังสือถึง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมี เจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือแทน เนื่องจากประธานสภาฯ ติดภารกิจ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2566 ปิยรัฐ จงเทพ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงการประชุมของคณะ กมธ. ครั้งที่ 4 ที่มีมติให้มีการแต่งตั้งรายชื่อทั้งหมด 4 รายชื่อ ขึ้นมาเพื่อดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะ กมธ. ซึ่งปรากฏชื่อ พรรณิการ์ วานิช อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแดงที่ คมจ. 5/2566 ลงวันที่ 20 ก.ย. 2566 เพิกถอนสิทธิการสมัครเลือกตั้งตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ คำพิพากษานั้นเผยแพร่ไปทั่วประเทศ

แต่คณะ กมธ. กลับฝืนคำสั่งศาลฎีกาอันเป็นศาลสูงสุดของไทย การกระทำดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นว่าคณะ กมธ.ร่วมกันใช้อำนาจโดยมิชอบ และเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใดผู้หนึ่งได้รับเอกสิทธิพิเศษ รวมทั้งคณะ กมธ.ต่างเป็นผู้ต้องรู้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งทางกฎหมายและข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น การกระทำลักษณะนี้จึงถือเป็นการใช้อำนาจในทางทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่

Complaint_against_Security_Committee_case_of_appointing_Pannika_as_an_advisor_SPACEBAR_Photo02_de58f4c6a6.jpg

จึงขอร้องเรียนต่อ วันมูหะมัดนอร์ เพื่อแสวงหาความจริงด้วยอำนาจที่รัฐธรรมนูญมอบให้แล้ว ขอให้ใช้อำนาจนั้นคงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรมของการเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ รักษาไว้ซึ่งสถาบันรัฐสภาที่ทรงเกียรติ ยึดมั่นในรูบแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หากพบการกระทำความผิดตามหลักฐาน ขอให้วินิจฉัยชี้ขาด รวมทั้งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้หนึ่งผู้ใด

ด้านผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองฯ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า หลังจากนี้ จะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของทางราชการ และจะนำเรื่องดังกล่าวกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นการด่วน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์