มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ ‘ทักษิณ’ พักโทษได้กลับบ้าน ไม่ถูกอายัดตัว

6 ก.พ. 2567 - 11:47

  • ‘พิชิต’ มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ ‘ทักษิณ’ พักโทษได้กลับบ้าน ไม่ถูกอายัดตัวแน่

  • ร่ายยาวชี้คดี ‘ม.112’ ไม่ยุติธรรม เหตุเกิดต่างประเทศ ไม่มีการสอบสวน

  • แจงอยู่ระหว่างบังคับโทษ-บริหารโทษ ไม่ได้ทำลายกระบวนการยุติธรรม ขอให้คำนึงสถานะ-สุขภาพ

confident_that_Thaksin_will_be_return_home_after_sentence_suspended_Not_seized_SPACEBAR_Hero_3c59389cb8.jpg

ปนร้อนกรณีเอกสารเกี่ยวกับการอายัดตัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กำลังถูกโหมกระพือ พร้อมๆ ไปกับกรณีที่ ‘ทักษิณ’ จะได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษและกลับบ้านช่วงกลางเดือน ก.พ.นี้

โดยเฉพาะเรื่องหลังนี้ พิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า ต้องสอบถาม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง รวมถึงกรมราชทัณฑ์ เพราะจะทราบถึงขั้นตอนและระเบียบเป็นอย่างดี แต่ตนยังไม่ทราบว่า ทักษิณมีชื่อได้รับการพักโทษ แต่หากมีชื่อได้รับการพักโทษจริงๆ ขั้นตอนต่างๆ คงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ ตนไม่อยากพูดอะไรไป กลัวจะคลาดเคลื่อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และยืนยันว่า ยังไม่ได้คุยและได้พบกับทักษิณ ส่วนความเป็นไปได้ที่ ทักษิณจะได้รับการพักโทษ แล้วออกมาในวันที่ 18 ก.พ.นี้ พิชิต บอกว่า ขึ้นอยู่กับการนับระยะเวลากำหนดของกรมราชทัณฑ์ และคงไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะไปนับ

สำหรับกระแสข่าว ทักษิณจะถูกอายัดตัวในคดีมาตรา 112 นั้น พิชิต มองว่า ไม่มี และข่าวค่อนข้างจะคลาดเคลื่อน ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นคดีในปี 59 นั้น เป็นกรณีที่ทักษิณ พูดที่ประเทศเกาหลีใต้ เป็นความผิดนอกราชอาณาจักร และเท่าที่ตรวจสอบ ในขณะนั้นที่ทักษิณ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับ ไม่มีโอกาสได้แก้ตัวหรือชี้แจง เพราะฉะนั้น คิดว่ายังไม่มีความเป็นธรรมกับทักษิณ เพราะในกฎหมายนั้น กำหนดให้พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนในทางที่เป็นคุณและเป็นโทษ

แต่กรณีดังกล่าว ท่านอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้มีโอกาสที่จะชี้แจงในส่วนที่เป็นคุณว่า ท่านไม่ได้กระทำความผิด และคิดว่ากระบวนการนี้ค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้ว แต่เป็นรายละเอียดในชั้นของพนักงานสอบสวนและอัยการ ก็คงไม่อยากจะให้เป็นข่าว เพราะจะทำให้เป็นกระแสและเกิดความคลาดคลื่อนกับสังคมได้ ซึ่งคิดว่าประเด็นนี้ เป็นเรื่องตามกระบวนการยุติธรรมปกติ และท่านได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว

เมื่อถามต่อไปว่า คดีตามมาตรา 112 อยู่ในระหว่างชี้แจงและสอบสวนว่า ทักษิณไม่ได้กระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหาใช่หรือไม่นั้น พิชิต กล่าวว่า ก็คงเป็นเช่นนั้น ทั้งนี้ มั่นใจว่ามีหลายประเด็นที่ ทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเหตุเกิดต่างประเทศ และคลิปที่นำมาเผยแพร่เป็นเพียงบางท่อนบางตอน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ไม่อยากกล่าวหาว่าเป็นการตัดต่อ และยังมีบางส่วนที่ขาดหายไป ในหลายเรื่อง ทราบว่าก็ยังไม่ได้มา รวมถึงการสอบสวนผู้สื่อข่าวที่สัมภาษณ์ท่าน ก็ไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้ พ.ร.บ.ความร่วมมือคดีอาญาระหว่างประเทศ ในการสอบสวน ผมไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวน หรืออัยการ ได้ดำเนินการขั้นตอนนี้แล้วหรือยัง เพราะเป็นกฎหมายสากล ไม่ใช่ว่ามีข่าวแล้วมาสรุปความกันว่ากระทำผิด

เมื่อถามว่า หาก ทักษิณได้รับการพักโทษ กรณีนี้ไม่สามารถขยับตัวได้ใช่หรือไม่ พิชิต กล่าวว่า คิดว่าเรื่องหมายจับและกระบวนการต่างๆ มีการดูแลแล้ว

คงไม่มีหมายอะไรมาจับท่านหรอก พนักงานสอบสวนและอัยการได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว คงไม่ปล่อยปละละเลย เพียงแต่ว่า เราไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะว่ามันมีสังคมอีกส่วนหนึ่งต้องการที่จะทำให้เกิดบางอย่าง และทำให้บ้านเมืองไม่สงบ ยืนยันว่ากระบวนการ ในการดำเนินการกรณีนายทักษิณมันเป็นไปด้วยดี ไม่มีอะไรพิเศษ เป็นการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมปกติ ที่ท่านไม่เคยได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเลย ขอให้สบายใจได้

เมื่อถามว่า หาก ทักษิณได้พักโทษ จะครอบคลุมคดีอื่นๆ ด้วยหรือไม่ พิชิต กล่าวว่า การพักโทษเป็นไปตาม ‘หมายแดง’ ที่นำทักษิณ เข้ามาสู่ประเทศไทยว่ามีกี่คดีที่ถูกใบแดงแจ้งโทษ ตรงนี้คือตัวตัดสิน

ส่วนที่มีหลายฝ่ายออกมาถกเถียงกันว่า ทักษิณได้รับโทษหรือยังนั้น ขอยืนยันในประเด็นข้อกฎหมายว่า ตอนที่ท่านเดินทางกลับประเทศไทยและถูกนำตัวไปศาล ศาลจะออกใบแดงแจ้งโทษ ส่วนกระบวนการบังคับโทษเราต้องแยก เพราะขณะนี้ มีหลายฝ่ายมากล่าวหาว่านายทักษิณ ทำลายกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกระบวนการยุติธรรมได้ยุติแล้ว ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ขณะนี้ เขาเรียกว่ากระบวนการบังคับโทษและบริหารโทษของกรมราชทัณฑ์

พิชิต ยืนยันว่า กระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดไปตั้งแต่ศาลได้ออกใบแดง และอยากให้จำไว้สองคำคือ ‘การบังคับโทษ’ และ ‘บริหารโทษ’ ซึ่งทักษิณ อยู่ในกระบวนการนี้ ไม่ใช่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ทุกคนเห็นต่างได้ แต่อยากให้ไปดูข้อกฎหมาย นี่คือขั้นตอนที่ ทักษิณอยู่ ดังนั้น เรื่องการพักโทษก็ดี หรือที่มีข่าวว่ามีการออกระเบียบราชทัณฑ์เพื่อให้คุมขังอยู่ด้านนอกเรือนจำ มันเกิดไม่ได้ มันเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีใครกล้ากระทำผิดกฏหมาย แต่ถ้าไม่เข้าใจว่าขั้นตอนนี้คืออะไร เราก็จะพูดกันไปเรื่อยและหาจุดจบ อันนั้น เรียกว่ามีวาระซ่อนเร้น

การบังคับโทษหรือการบริหารโทษ เป็นการดำเนินงานโดยคณะบุคคล ไม่มีคนหนึ่งคนใดทำได้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ทำไม่ได้ อยากให้รับฟังข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้สังคมได้เข้าใจ และได้คิดวิเคราะห์ ว่าเราจะเป็นตัวทำให้สังคมแตกแยกหรือไม่ ยืนยันว่าท่านทักษิณ ยังยึดมั่นในหลักนิติรัฐและนิติธรรม และท่านได้เข้าสู่กระบวนการการรับโทษ และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพักโทษและการบริหารโทษ ก็ต้องดูให้เหมาะสมกับฐานะ รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และสุขภาพของท่าน

ส่วนจะมั่นใจใช่หรือไม่ว่า หากออกมาแล้วจะไม่ถูกอายัดหรือถูกควบคุมตัว  พิชิต เอามือตบอก พร้อมย้ำ “มั่นใจว่าทำถูกต้องทุกอย่างล้านเปอร์เซ็นต์ และได้รับโทษ 1 ใน 3 ครบกำหนดเรียบร้อย” อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำถึงความมั่นใจว่า ทักษิณจะได้ออกมาในเดือน ก.พ.นี้ แน่นอนใช่หรือไม่ พิชิต  ได้แต่ยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถาม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์