‘สมศักดิ์’ ยันไม่มีธงยกเลิก ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ 3 จชต.ทั้งหมด

3 ต.ค. 2566 - 10:28

  • ‘สมศักดิ์’ ยันไร้ธงยกเลิก ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ’ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด

  • ขอดูความเห็น ‘เจ้าหน้าที่-ประชาชน-ฝ่ายการเมือง’ ย้ำนายกฯ ให้เวลา 1 เดือน

confirms_no_intention_of_canceling_Emergency_decree_3_southern_border_provinces_SPACEBAR_Hero_fe9430df90.jpg

สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณายกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า  เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รายงานเข้ามา เพราะจากเดิมที่มีการประชุมเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้ดำเนินการในเวลา 1 เดือน  

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เตรียมที่จะเสนอข้อมูลมานั้น สมศักดิ์ ระบุว่า เป็นเรื่องปกติที่เจ้าหน้าที่จะต้องทำการบ้าน เปรียบเสมือนนักเรียนที่ครูให้การบ้านไป ก็ต้องทำการบ้านกันทุกคน แต่เมื่อถึงวันเวลาที่เหมาะสมก็จะเสนอขึ้นมา และย้ำว่า ต้องรับฟังทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน ฝ่ายการเมือง ว่ามีความรู้สึกอย่างไร ประกอบกับมีกฎหมายอะไรที่เป็นเครื่องมือ ช่วยให้การดูแลความสงบในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

เมื่อถามว่า มีธงในการยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดหรือไม่ สมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีธง แต่จะดูในเรื่องภาพรวม ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) ซึ่งเป็นส่วนงานที่ดูแล 5 จังหวัด ในเรื่องของการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจซึ่งกันและกัน สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ ขอสงวนพื้นที่ที่ติดชายแดนในการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไว้นั้น ขอเวลาไปพิจารณาก่อน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าว แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนใหม่นั้น สมศักดิ์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย มองว่า ทุกอย่างเมื่อมีความพร้อม ก็เป็นที่น่ายินดีของพรรคเพื่อไทย และทุกคนให้ความยอมรับ และหากมีความพร้อมก็ควรจะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเลย

Pic_Somsak_SPACEBAR_Photo01_69f50897ae.jpg
สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)

‘สมศักดิ์’ เผยรอบจังหวัดสุโขทัย ไม่มีปัญหาระบายน้ำระหว่างกัน หาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมถาวร โดยเฉพาะ ‘สุโขทัย’ ที่เป็นแอ่งกระทะรับน้ำจากทุกจังหวัดโดยรอบ

สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัยว่า ขณะนี้อ่างเก็บน้ำและเขื่อน มีการกักเก็บน้ำเกินกว่าร้อยละ 50 ซึ่งปัญหาทางภาคกลาง ยังมีปัญหาอยู่ และเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตามเฝ้าระวัง เพราะ แม่น้ำยม เป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไม่มีเขื่อนรองรับ จึงทำให้น้ำเกิดน้ำท่วม เพราะมวลน้ำที่ไหลมามีจำนวนมากถึง 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เวลาฝนตกลง แม่น้ำยมไม่ว่าจะผ่านจังหวัดใดก็มีปัญหา จังหวัดสุโขทัยถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะเป็นท้องกระทะ เมื่อน้ำจากจังหวัดกำแพงเพชร, พะเยา และแพร่ ล้นก็ไหลเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย

“ผ่านไป 2 วัน ความเสียหายในจังหวัดสุโขทัย เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายกว่า 1 แสนไร่ และประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 4 พันครอบครัว แต่ทั้งนี้ ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และสุโขทัย ให้ดำเนินการป้องกัน แต่หากยังมีน้ำเติมเข้ามาในพื้นที่ ก็จะทำให้มีผลกระทบ โดยน้ำไหลผ่านแนวกั้นมาแล้ว 4 แห่ง ทำให้เกิดผลกระทบที่จังหวัดสุโขทัย แต่ขณะนี้ ได้ระบายน้ำไปอีกทางหนึ่ง คือระบายไปทางจังหวัดอุตรดิตถ์ แม้โครงการการปรับปรุงคลองยม-น่าน จังหวัดสุโขทัย ยังไม่เรียบร้อยดี แต่ก็สามารถดำเนินการได้ โดยพยายามปล่อยให้เต็มที่” สมศักดิ์ ระบุ

สมศักดิ์ ยังยืนยันว่า แต่ละจังหวัดที่อยู่รอบจังหวัดสุโขทัย ไม่มีปัญหาเรื่องการปล่อยน้ำ เพราะแม่น้ำยมไม่มีเขื่อน แต่ครั้งนี้ปริมาณน้ำไม่หนักเท่าปี 2554 ที่มีความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท และเนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีเขื่อนกั้น ก็ทำให้เกิดความเสียหายทุกปี ซึ่งทุกรัฐบาลมีความเข้าใจในการแก้ไขที่จะทำให้เกิดอย่างถาวร แต่ขณะนี้ ฝั่งขวาแม่น้ำยม กำลังดำเนินการเรื่องฝายกั้น เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวแล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์