Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo00_a9f9a34d6a.jpg
Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo01_c454b9e93f.jpg
Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo02_bcec5180fa.jpg
Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo03_0a2a27f82c.jpg

Photo Story ชะตากรรม 'นกปรอดหัวโขน' จะเป็นอย่างไร ?

18 ต.ค. 2566 - 16:58

  • เวทีประชาพิจารณ์ ปลดล็อก 'นกปรอดหัวโขน'

  • ด้าน 'พิเชษฐ์' ฟาดหนักได้ใจมวลชน เร่งถอดชื่อจาก 'สัตว์ป่าคุ้มครอง' ลั่นไม่คุยต่อแล้ว เดินหน้าปลดล็อกอย่างเดียว

Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo00_a9f9a34d6a.jpg
Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo01_c454b9e93f.jpg
Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo02_bcec5180fa.jpg
Conflict_politician_Environmentalists_and_bird_conservation_SPACEBAR_Photo03_0a2a27f82c.jpg

18 ตุลาคม 2566 ที่อาคารรัฐสภา 18 ตุลาคม 2566 ที่อาคารรัฐสภา มีการจัดการประชุมความเห็นเกี่ยวกับปัญหาการครอบครองและสถานภาพทางกฎหมายของ 'นกปรอดหัวโขน' เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ต่อกรณีมีกระแสเรียกร้องใหhภาครัฐปลดล็อก้นกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง  

นำโดย ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 พร้อมด้วย สส.ภาคใต้ จากหลายพรรคการเมือง รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 500 คน โดยมีทั้งนักวิชาการ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และประชาชนผู้เลี้ยงนก 

บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างดุเดือด โดยมีการแลกเปลี่ยนความเห็นจากชาวบ้านที่เพาะ - เลี้ยงนกปรอดหัวโขน กับกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ที่นำโดย สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร  

'ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์' กรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนกลุ่มนักอนุรักษ์ ได้บอกว่า เหตุผลที่ไม่ควรปลดนกปรอดหัวโขนออกจากการเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น มีเหตุผลมาจากการสำรวจทางวิชาการ ที่ระบุว่า นกปรอดหัวโขน มีจำนวนประชากรทางธรรมชาติลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ที่แทบไม่พบอยู่ในธรรมชาติแล้ว ซึ่งนกเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศในด้านต่าง ๆ หากมีการปลดล็อคจริงๆ อาจเสี่ยงที่จะถูกล่าและอาจเกิดการสูญพันธุ์ทางธรรมชาติได้  

"ผมเข้าใจทุกท่าน แต่เราต้องเก็บนกในธรรมชาติด้วย คนที่อยู่ในนี้ผมเชื่อว่าไม่มีใครไปไล่จับนกตามธรรมชาติหรอกครับ แต่กฎหมายทำให้คนส่วนใหญ่ต้องลำบาก แต่ถ้าเราปลดมันไปหมด มันก็จะมีคนไม่ดีไปไล่จับนกที่เรารักออกไปหมด ในขณะเดียวกันหากท่านได้รับผลกระทบเรื่องความยุ่งยากทางกฎหมาย ก็สามารถเสนอความเห็นเพื่อแก้กฎหมายตรงจุดนั้นได้ แต่ขณะเดียวกันเราไม่สามารถปลดแบบล้มโต๊ะได้ เพราะนกในธรรมชาติจะสูญพันธุ์หายไป" 

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านผู้เลี้ยงนก ได้ออกมาให้ความเห็นตอบโต้ว่า ในส่วนงานวิจัยไม่มีอะไรแน่นอน แต่เป็นชาวบ้านที่ต้องอยู่กับความเป็นจริง ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนจากโทษทางกฎหมายที่หนักเกิน ในส่วนผู้กระทำความผิดที่มีการลักลอบจับนกปรอดหัวโขนในป่า ก็ให้ดำเนินการทางกฎหมายไป แต่ไม่ใช่การมาตั้งกรอบทางกฎหมายกับประชาชนที่เลี้ยงนกบ้าน  

"ด้วยความกดทับแบบนี้ วันนี้ไม่ต้องคุยเยอะแล้วเพราะทุกคนเดือดร้อน ดังนั้นขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการจำแนก 'นกป่า' กับ 'นกบ้าน' และนาทีนี้ต้องปลด - ยกเลิกการเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองครับ"  

ขณะที่ 'พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน' สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ได้กล่าวในช่วงท้ายของงาน ว่า หากคิดว่าการเลี้ยงนกปรอดหัวโขนในกรงเป็นการทรมานสัตว์ ก็ต้องให้กรมปศุสัตว์ต้องยกเลิกการเลี้ยงไก่ไข่ด้วย เพราะถูกเลี้ยงในฟาร์มและในกรงไม่มีอิสระตามธรรมชาติ ก่อนถามนักวิชาการที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นในวันนี้ว่ามาในฐานะอะไร ถ้าหากบอกว่ามาในนามมหาวิทยาลัย ก็ขอให้เอาหนังสือมายืนยันด้วย ซึ่งถ้าไม่มีเท่ากับเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ส่วนตัวและ สส.ภาคใต้จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ทุกคนพร้อมร่วมจะช่วยผลักดันทุกกระบวนการให้นกปรอดหัวโขน ถูกถอดออกจากรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยงได้อย่างเสรี พร้อมย้ำว่าเวทีประชาพิจารณ์รอบนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้คือการเดินหน้าถอดถอนรายชื่ออย่างจริงจัง 

"ไม่พูดคุย ไม่เจรจาแล้ว ที่นี่คือที่สุดของประเทศไทยแล้ว เราจะไม่ขึ้นทะเบียนอีกต่อไป ปลดล็อกนกกรงหัวจุกเดี๋ยวนี้ วันนี้สส.ทุกคนมาให้กำลังใจและแสดงเจตนารมณ์ที่นี่แล้ว ซึ่งฝ่ายการเมืองเห็นความตั้งใจของพี่น้องถึงมีวันนี้ขึ้นมา" กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์