วันนี้ (31 ม.ค.) หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจคดีที่ ‘พรรคก้าวไกล’ และ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ถูกร้องว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองจากกรณีหาเสียงเลือกตั้ง ด้วยการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยศาลวินิจฉัยให้ ‘พรรคก้าวไกล’ และ ‘พิธา’ ยุติการกระทำทั้งหมดที่เป็นการพาดพิงเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ชี้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ และเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
ล่าสุดนอกจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ ยังมีคนการเมืองจากหลากหลายจุดยืนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลเช่นกัน
หนึ่งในนั้นคือ ‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ อดีต กกต. ที่โพสต์ข้อความว่า
- ตีความว่า ระบอบการปกครองของไทย ประกอบด้วย 2 ส่วน ประชาธิปไตย และ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- มาตรา 112 มีขึ้นเพื่อปกป้อง คุ้มครองสถาบัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบการปกครอง
- การที่ก้าวไกล เคยเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อ พฤษภาคม 2564 เป็นข้อเสนอที่ลดสถานะพระมหากษัตริย์ให้เทียบเท่าประชาชน เป็นผลต่อความมั่นคง และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
- ศาลถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายนำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ขณะที่ ‘สมชาย แสวงการ’ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความว่า #เคารพคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ชี้พิธาและก้าวไกล ล้มล้างการปกครองสั่งการให้เลิก
ด้าน ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า #พรรคก้าวไกล มีการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากกรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา #มาตรา112 ผมไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ทั้งผลของคำวินิจฉัย เหตุผลประกอบคำวินิจฉัย และการออกคำบังคับของศาล
เพื่อประโยชน์ในทางวิชาการ ผมจำเป็นต้องใช้เสรีภาพในการวิจารณ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
พบกับการถ่ายทอดสด "แถลงการณ์วิจารณ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ" วันนี้ 31 มกราคม 2567 เวลา 19.00 น.




