ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและ QR code ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
และต่อมา ภัทรพงศ์ ศุภักษร ผู้ร้องเรียนที่ 18 ที่ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องลงวันที่ 18 มีนาคม 2569 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย โดยให้ยุติหรือชะลอการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก
ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาและเห็นว่า ภัทรพงษ์ ไม่ใช่ผู้ร้องในคดีนี้ คำร้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้ร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 55 ซึ่งจะกระทำโดยผู้ร้องเท่านั้น ศาลจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว
นอกจากนี้ยังเห็นว่ายังไม่มีเหตุป้องกันความเสียหายหรือความรุนแรงอันใกล้จะถึง จึงไม่เป็นกรณีที่ศาลจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 71
สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกนั้น มีวาระในการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร




