ปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ถูกขยายผลมากขึ้น หลังคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผย ผลตรวจสอบกระบวนการสอบทั้งก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบ รวม 32 ขั้นตอน โดยพบข้อมูลที่เข้าข่ายความผิดหลายส่วน ทั้งการรวบรวมรายชื่อผู้สมัครเป็นกลุ่ม การสมัครและชำระเงินแทนกัน รวมถึงเส้นทางการเงินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
อาสพลธ์ สรรณไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ระบุว่า จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกว่า 500 คน พบเส้นทางการเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท และพบลักษณะการรวบรวมผู้สมัครเป็นกลุ่มจำนวนมาก จึงเสนอ 6 แนวทางให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ทั้งการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทางอาญา แพ่ง และปกครอง การเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจัดสอบ ตลอดจนการทบทวนบทบาทของ ก.สถ. ถึงขั้นเสนอให้พิจารณายุบหน่วยงาน หากเห็นว่าหมดความน่าเชื่อถือในการจัดสอบ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดทำฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตสอบ เพื่อป้องกันการกลับเข้ารับราชการในอนาคต รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จัดทำ TOR มาตรฐานกลางสำหรับการจัดสอบแข่งขัน และแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่เกี่ยวกับการทุจริตสอบเข้ารับราชการ

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยเร่งแก้ปัญหาผลกระทบต่อผู้สอบที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยอยู่ระหว่างดำเนินการถอดถอนรายชื่อผู้ที่ถูกตรวจพบว่าเข้าข่ายทุจริตจำนวน 5,925 คน เพื่อเปิดทางให้ผู้สอบสุจริตที่อยู่ในบัญชีสามารถเลื่อนขึ้นมารับการบรรจุได้ โดยกำหนดเป้าหมายดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ซึ่ง วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การ ‘ฟอกขาว’ ให้ฝ่ายใด แต่เป็นการเดินหน้า ทั้งในส่วนของการบริหารและการดำเนินคดี โดยข้อมูลที่พบได้ส่งต่อให้ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบในส่วนอาญาแล้ว พร้อมเปิดทางให้ทุกฝ่ายที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบโดยตรง
ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร จึงเดินหน้าคู่ขนานกัน คือ ‘เอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และเร่งคืนสิทธิให้ผู้สอบสุจริต’ ขณะที่ข้อเสนอเรื่องการปรับระบบจัดสอบ การกำหนดมาตรฐาน TOR และการแก้กฎหมาย อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการป้องกันไม่ให้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดซ้ำในอนาคต




