ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 รับคำร้องของ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน และ สส.รวม 121 คน กรณี พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ให้ความเห็นชอบโครงการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3 โครงการ ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ผู้ถูกร้องอาจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยอ้อม อันเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง
ศาลฯ แจ้งให้ผู้ร้องทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทราบ และสั่งให้พิเชษฐ์ ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 โดยไม่สามารถขยายเวลาได้ และต้องมารับเอกสารด้วยตนเอง ณ ศาลรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 54 ประกอบข้อกำหนด พ.ศ. 2562 ข้อ 23
ส่วนคำร้องในประเด็นเดียวกันที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 “ศาลฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับไว้พิจารณาวินิจฉัย” เนื่องจากกฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการพิจารณาเสร็จสิ้นและมีผลบังคับใช้แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (7)
สำหรับคำขอให้ศาลฯ สั่งให้พิเชษฐ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร “ศาลฯ มีคำสั่งยกคำขอ” เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เช่นเดียวกับคำขอให้ศาลฯ ระงับการเบิกจ่ายงบประมาณของ 3 โครงการในงบฯ ปี 2568 ซึ่ง “ศาลฯ ไม่รับพิจารณา”
โดยศาลฯ นัดไต่สวนพยานบุคคลในวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. หากคู่ความประสงค์จะแถลงปิดคดี ให้ยื่นภายในวันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2568 และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ และฟังคำวินิจฉัยในวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น. และ 15.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ
ทั้งนี้ ตุลาการเสียงข้างน้อย 1 คน คือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม เห็นว่ายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนว่าผู้ถูกร้องฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง และการกระทำของผู้ถูกร้องเป็นเพียงการบริหารงานในหน้าที่ที่ประธานสภาฯ มอบหมายเท่านั้น





