ศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาคดีชุมนุมปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ที่พัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 (สำนวนที่ 2) คดีหมายเลขดำที่ อ.2799/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ ยศราวุธ หลงเส็ง ผู้ชุมนุม นปช. เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, มาตรา 215 และ 216
โดยศาลฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า ในส่วนของ จตุพร จำเลยที่ 1 รับฟังข้อเท็จจริงโดยปราศจากข้อสงสัยว่ากระทำผิดตามฟ้องจริง ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง มาตรา 86 มาตรา 215 วรรคแรก และมาตรา 216 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อควาวุ่นวายในบ้านเมืองฯ จำคุก 3 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 4 ปี
จตุพร จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และ 6 เดือนตามลำดับ รวมจำคุก จตุพร จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี 12 เดือน
ส่วน ศราวุธ จำเลย 2 ไม่ปรากฎว่าโจทก์มีประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 ขับรถกระบะพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจและแผงเหล็กกั้น มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเบิกความว่า ไม่สามารถจดจำใบหน้าผู้กระทำผิดได้ พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
ด้าน จตุพร ระบุน้อมรับคำพิพากษาของศาลฯ พร้อมยื่นอุทธรณ์ โดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 300,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คดี นปช.บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ สำนวนคดีแรก หมายเลขดำที่ อ.3531/2552 พนักงานอัยการได้ฟ้องแกนนำ นปช.และผู้ชุมนุมรวม 7 ราย ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก นพรุจ หรือ นพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., วิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
โดยศาลฯ พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า ในส่วนของ จตุพร จำเลยที่ 1 รับฟังข้อเท็จจริงโดยปราศจากข้อสงสัยว่ากระทำผิดตามฟ้องจริง ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง มาตรา 86 มาตรา 215 วรรคแรก และมาตรา 216 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อควาวุ่นวายในบ้านเมืองฯ จำคุก 3 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 4 ปี
จตุพร จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และ 6 เดือนตามลำดับ รวมจำคุก จตุพร จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี 12 เดือน
ส่วน ศราวุธ จำเลย 2 ไม่ปรากฎว่าโจทก์มีประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 ขับรถกระบะพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจและแผงเหล็กกั้น มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเบิกความว่า ไม่สามารถจดจำใบหน้าผู้กระทำผิดได้ พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
ด้าน จตุพร ระบุน้อมรับคำพิพากษาของศาลฯ พร้อมยื่นอุทธรณ์ โดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 300,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คดี นปช.บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ สำนวนคดีแรก หมายเลขดำที่ อ.3531/2552 พนักงานอัยการได้ฟ้องแกนนำ นปช.และผู้ชุมนุมรวม 7 ราย ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก นพรุจ หรือ นพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., วิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา



