‘ภูมิธรรม’ ปัดโยงการเมืองหลัง ‘ทักษิณ’ รอดคดี 112

22 ส.ค. 2568 - 13:20

  • ‘ภูมิธรรม’ ปัดโยงการเมืองกรณี ‘ทักษิณ’ รอดคดี 112

  • เชื่อทุกคดีไม่กระทบอายุรัฐบาล มั่นใจสิ่งที่ทำถูกกฎหมาย

  • เผยยังไม่ได้คุย ‘อิ๊งค์’ หลังแจงศาล รธน.ปมคลิปเสียง

‘ภูมิธรรม’ ปัดโยงการเมืองหลัง ‘ทักษิณ’ รอดคดี 112

ภายหลังศาลอาญา “ยกฟ้อง” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีความผิดมาตรา 112 เรื่องนี้จะเป็นผลบวกต่อรัฐบาลหรือไม่?

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า “ผมเพิ่งทราบว่าพ้นเรื่องมาตรา 112 ไปแล้ว และศาลได้ยกฟ้องเพราะไม่มีข้อมูลที่เป็นจริงในการพิจารณา ดังนั้นถือเป็นข้อยุติ ศาลพิจารณาเป็นเรื่องๆ อย่าไปผูกโยงกัน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล”

เมื่อถามว่า หมายความว่าอย่าเอาคำพิพากษาของศาล มาผูกกับสัญญาณการเมืองใช่หรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “ไม่มีสัญญาณทางการเมืองหรอก แต่คือความเป็นจริง ที่ศาลพิจารณาตามความเหมาะสม”

ส่วนกรณีที่ผลออกมาแบบนี้ จะทำให้ขวัญกำลังใจของสมาชิกพรรคเพื่อไทยดีขึ้นหรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “ขวัญและกำลังใจสมาชิกพรรคเพื่อไทยดีมาตลอด เพราะเรามั่นใจในสิ่งที่ทำ ว่าไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า จากคดีความต่างๆ ขณะนี้ มั่นใจใช่หรือไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่จนครบวาระ? ภูมิธรรม กล่าวว่า “มั่นใจว่าเราบริสุทธิ์ใจ เราตั้งใจบริหารและทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ เพราะฉะนั้น เมื่อเรารับอาสามาแล้ว เราจะทำให้ดีที่สุด อะไรที่เกิดขึ้นและเป็นปัญหาคดีความ ก็ขอให้ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ได้มีผลอะไรต่อเรา เพราะเรารู้ว่าศาลใช้ดุลยพินิจ พิจารณาตามความยุติธรรมอย่างเหมาะสม”

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม เดินทางไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน ได้พูดคุยกับนายกฯ หลังจากนั้นหรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย เพราะเมื่อวาน (21 ส.ค.) ผมทำงานจนดึก วันนี้ก็ตื่นสายหน่อย เพราะตื่นเช้ามาหลายสัปดาห์แล้ว”

ให้รอฟังผลประชุม RBC ย้ำเจรจาเขตแดนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน

ส่วนกรณีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย–กัมพูชา สมัยวิสามัญ หรือ RBC ระดับเลขานุการ ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 (ไทย) และกองบัญชาการทหารภูมิภาคที่ 5 (กัมพูชา) ที่ไทยยื่นเสนอเพิ่ม 3 ข้อ คือ 1. การเก็บทุ่นระเบิดร่วมกัน, 2. การปราบปรามสแกมเมอร์ และ 3. เป็นข้อเสนอใหม่จากปัญหาชุมชนที่รุกล้ำพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยเสนอจัดสรรพื้นที่ชายแดนใหม่ เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะทำให้การประชุมครั้งนี้ไม่ราบรื่น?

ประเด็นนี้ ภูมิธรรม ให้ความเห็นว่า “ผมไม่ขอเดา ให้เขาคุยกันก่อนไม่ต้องเดา”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อคืนนี้ที่มีการคุยกันในระดับฝ่ายเลขาฯ มีการรายงานแนวโน้มกลับมาให้ทราบหรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “วันนี้จะเป็นการประชุม RBC ที่คุยกันในระดับแม่ทัพภาค ส่วนเมื่อคืนนี้เป็นการประชุมในฝ่ายเลขานุการ ไม่มีอะไรที่น่ากังวล จะนัดตีหนึ่ง เที่ยงคืน หรือ 4 โมงเย็น ได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละฝ่าย เพราะเจ้าหน้าที่เขาต้องเตรียมตัวก่อนที่จะมีการประชุมจริง ก็ขอให้แม่ทัพภาคเขาคุยกัน อย่าไปเดา เราก็มีเหตุผลของเราที่จะเสนอไปว่ามีความจำเป็นอย่างไร ซึ่ง 3 ข้อที่เสนอไปเป็นเงื่อนไขที่คิดว่าเป็นปัญหาหรือเป็นประโยชน์กับเราก็สามารถทำได้ ไม่ใช่ว่าเรามาคิดว่าเป็นประโยชน์กับเราฝ่ายเดียว มันเป็นความเหมาะสมถูกต้อง ที่เราควรจะต้องเสนอ ก็รอให้เขาคุยกันก่อน”

เรื่องเขตแดนในความเป็นจริงก็ต้องเตรียมใจไว้ ว่ามันไม่ได้จบง่ายๆ ในโลกนี้ยังไม่มีอันไหนที่จบง่าย ต้องว่ากันไปและหาทางออกที่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของทุกๆ ฝ่ายเพื่อไม่ให้กระทบอธิปไตยของประเทศ ใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็แล้วแต่ละประเทศจะไปคุยกัน อย่าพึ่งไปคิดว่ามันจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ และอย่าไปคิดว่ามันจะต้องจบ

ภูมิธรรม เวชยชัย

เมื่อถามย้ำว่า เมื่อวานนี้ฝ่ายของกัมพูชาไม่ได้มาตามเวลานัดหมาย? ภูมิธรรม กล่าวว่า “ก็บอกไปแล้วว่าเป็นเวลานัดหมายที่เขานัดหมายกัน เวลาที่ฝ่ายไทยหรือฝ่ายกัมพูชานัด ถ้ามีอะไรที่ขัดข้องก็ต้องรอกัน มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาเกี่ยงโน้น เกี่ยงนี่ เพราะถ้ายังคุยกันไม่จบ เขาก็จะมาคุยไม่ได้ อย่าไปจับจุดเล็กจุดน้อย ให้เอาเรื่องใหญ่ๆ ดีกว่า”

ปัดตอบยืนรัฐบาลปมยกเลิก MOU 43-44 ยันทำตามหลักการเพื่อประโยชน์สูงสุด

ส่วนเมื่อถามไปถึงท่าทีของรัฐบาลต่อข้อเสนอของฝ่ายค้านต่อการยกเลิก MOU 43-44

ภูมิธรรม ให้ความเห็นว่า “เรื่องนี้ เราอย่าเพิ่งไปตัดสินใจอะไรเลย รัฐบาลไม่มีอะไรที่แอบแฝง และอย่าทำอะไรที่เป็นปัญหาเพราะเป็นเรื่องที่ต้องไปคุยกัน คนที่มีปัญหาก็มาคุยกันได้ มีเหตุผลอะไร อย่างไร เพราะหากพูดในสาธารณะคนก็รู้หมด อะไรที่เป็นประโยชน์ไม่เป็นประโยชน์แค่ไหนต้องคุยกัน ผมอยากให้มาเจอ มาคุยกันเท่านั้นเอง จะคุยกับผม หรือกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ผลประโยชน์ของนายกรัฐมนตรี ของผมหรือของใคร แต่เป็นเรื่องที่เราดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติอยู่แล้ว นี่คือจุดยืนที่มั่นคงที่จะไม่ยอมเสียอธิปไตย หรือความมั่นคงของประเทศชาติไป”

ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และเกี่ยวข้องกับผลที่จะเกิดขึ้น ทุกคำถามที่สื่อถามมาหลายเรื่อง ก็บอกได้เพียงว่าจะทำให้ดีที่สุด ผมอยากให้สื่อไปศึกษาว่าอะไรเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ เพราะพูดไปบางทีก็เป็นปัญหา

ภูมิธรรม เวชยชัย

ผู้สื่อข่าวจึงตั้งข้อสังเกตว่า การพูดคุยไม่ควรมีธงให้ยกเลิก MOU 43-44 ใช่หรือไม่? ภูมิธรรม กล่าวว่า “พูดแล้ว ดีแล้ว และเราก็ตระหนักแล้ว ถ้าอยากรู้รายละเอียดลึกๆ ให้มาถาม แต่อย่าถามหน้าสื่อ ไปคุยกับคนหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องดีกว่า”

เมื่อถามว่า รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษายกเลิก MOU 43-44? ภูมิธรรม กล่าวว่า “เป็นเรื่องของสภาฯ ที่ต้องว่ากัน”

เมื่อถามย้ำว่า จุดยืนของรัฐบาลต่อ MOU 43-44 เป็นอย่างไร? ภูมิธรรม กล่าวว่า “เราไปถามตามหลักการของเราที่คิดว่าได้ประโยชน์สูงสุด และเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาฯ อย่าเอาเรื่องของสภาฯ มาถามผม ผมตอบแทนไม่ได้”

ส่วนกรณีที่สภาฯ ชิงปิดประชุมก่อนมีการพิจารณาเรื่อง MOU 43-44? ภูมิธรรม กล่าวว่า “เมื่อเช้า ไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่มีวาระ และว่ากันตามวาระสภาฯ ไม่ใช่อยู่ๆ รองประธานสภาฯ จะใส่วาระที่ไม่มีวาระเข้าไปได้ ดังนั้นก็ว่าไปตามกฎเกณฑ์ ไม่มีอะไรแปลก อย่าไปสงสัยอะไรมาก”

จ่ายชดเชยชาย ‘เหตุปะทะแดน’ ประชาชนได้ประโยชน์ตามระเบียบเดิม

ขณะที่การจ่ายค่าเยียวยาประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งถูกมองว่าไม่สมเหตุสมผลนั้น

เรื่องนี้ ภูมิธรรม ให้ความเห็นว่า “เป็นเพียงจุดเล็กๆ ซึ่งจะมีการพิจารณาแก้ปัญหาต่อไป เพราะจริงๆ เรื่องนี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว เราจึงพยายามฝ่ากฎระเบียบด้วยการมีมติใหม่ๆ ออกมา เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมได้มอบหมายให้ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ คณะกรรมการกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องเริ่มต้นที่กฎระเบียบก่อน ดังนั้นขออย่าไปดูเรื่องการชดเชยค่าสังกะสี 73 บาท เพราะขณะนี้เรากำลังเพิ่มขั้นตอนต่างๆ”

พร้อมยืนยันว่า การจ่ายชดเชยในครั้งนี้เป็นการจ่ายโดยใช้ระเบียบข้อบังคับเดิม แต่หากอะไรที่ดูแล้วสามารถเพิ่มให้ได้และชัดเจนว่าเกิดจากเหตุนอกประเทศที่ปะทะกันรุนแรง จนเป็นเหตุให้ได้รับผลกระทบทั้งเสียชีวิตและทรัพย์สินก็จะดูแลให้ เพราะการแก้ตรงนี้พิเศษกว่าที่อื่น

ยืนยันว่า ที่ทำมาดีกว่าทุกรัฐบาลและทุกสมัย ผมมองว่าเรื่องนี้ยังไม่เป็นเรื่องที่ใหญ่ แต่สำหรับเรื่องใหญ่ๆ เดี๋ยวจะดูแลให้ เพราะยังมีอีกหลายร้อย หลายพันเรื่องที่เราจะต้องจ่าย เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องคำนึงและต้องดูแลตามกฎระเบียบ เรื่องหลังคาสังกะสีทะลุ ได้ 73 บาทนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น จึงขออย่าไปคิดเรื่องนั้น

ภูมิธรรม เวชยชัย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์