เรืองไกร ลีจิตรวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีการยื่นตรวจสอบการใช้งบประมาณปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลและปูหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า 138 ล้านบาท ว่า งบประมาณที่นำมาใช้ดำเนินการปรับปรุงทำเนียบฯ เป็นงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)ประจำปี 2567 ซึ่งถูกเสนอเข้าสู่ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 มีทั้งหมด 12 รายการ โดยไม่เคยปรากฏอยู่ในปีงบประมาณ 2566 มาก่อน ดังนั้น หากจะนำเงินมาใช้ปรับปรุงทำเนียบฯ ต้องเป็นงบผูกพันในงบประมาณปี 2566 เท่านั้น จะนำมาใช้ไปพลางก่อนไม่ได้ เพราะเป็นรายจ่ายลงทุน ไม่ใช่รายจ่ายประจำ อย่างเงินเดือนข้าราชการ
“ดังนั้นการปลูกหญ้าหน้าทำเนียบฯ โดยใช้งบฯ ปี 2567 ล่วงหน้า จึงส่อว่าจะผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 141 และ 144 วรรค 3 ซึ่งหาก ครม.รู้แล้วไม่ระงับยับยั้ง ให้แจ้งเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบในทางลับเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายใน 15 วัน แม้จะโต้แย้งว่าการดำเนินการปรับปรุงในส่วนอื่นยังไม่เสร็จสิ้น แต่การปูหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าถือว่าเสร็จสิ้นเป็นที่ประจักษ์แล้ว” เรืองไกร กล่าว
เรืองไกร กล่าวต่อว่า ในวันนี้ (13 มี.ค.) ได้เสนอคำแปรญัตติ ขอปรับลดงบประมาณทั้ง 12 รายการ จำนวน 138 ล้านบาท ออกจากงบประมาณรายจ่ายปี 2567 และจะอภิปรายในวาระ 2 และแม้ว่าจะได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร การดำเนินการปูหญ้าก็ยังถือว่ามีความผิด ตามมาตรา 144 อยู่ เพราะงบประมาณยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาฯ และไม่มีที่มาของ งบฯ ที่นำมาปรับปรุงทำเนียบฯ ซึ่งหากการแปรญัตติเสนอขอปรับลดงบประมาณเสร็จสิ้นในวันนี้ (13 มี.ค.) ก็จะส่งเอกสารให้ป.ป.ช.ทางไปรษณีย์ในวันที่ 14 มี.ค. เพื่อให้ทันต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2567 วาระ 2 วาระ3 หากพบว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญจริงก็จะมีความผิดทั้ง ครม. ทำให้จะต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ดังนั้นจะต้องรอดูว่าหญ้าจะเขียว หรือใครจะหน้าเขียวกันแน่




