ตัดสิทธิบัตรคนจน เขย่า “พรรคสีน้ำเงิน” ระส่ำ! จับตา “ปรับ ครม.” แก้ภาพลักษณ์ล้มเหลว

20 ก.ค. 2569 - 19:01

  • วิกฤตศรัทธาเกณฑ์การคัดกรอง "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบล่าสุด สะท้อนความล้มเหลวของการบูรณาการฐานข้อมูลรัฐ

  • เมื่อประชาชนกว่า 9.3 ล้านคนต้องถูกตัดสิทธิ์จากเงื่อนไขความครอบครองรถและหนี้สินที่คลาดเคลื่อน

  • สะท้อนการบริหารจัดการล้มเหลว กลายเป็นชนวนการเมืองกดดันเก้าอี้ รมต.คลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ และสั่นคลอนเสถียรภาพพรรคสีน้ำเงิน ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ปรับ ครม.

ตัดสิทธิบัตรคนจน เขย่า “พรรคสีน้ำเงิน” ระส่ำ! จับตา “ปรับ ครม.” แก้ภาพลักษณ์ล้มเหลว

ตัดสิทธิบัตรคนจน เขย่าเก้าอี้ ‘เอกนิติ’ “พรรคสีน้ำเงิน” ระส่ำ! จับตาปรับ ครม.

รายการ Deep SPACE วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 วิเคราะห์กรณีการตัดสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) กว่า 9.31 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย โดยชี้ว่ากรอบการพิจารณาคัดกรองขาดความชัดเจน สะท้อนถึงปัญหาการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ล้มเหลว จนเกิดแรงสั่นสะเทือนต่อเก้าอี้รัฐมนตรีอย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่กระทรวงการคลังได้ดำเนินการคัดกรองคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์เพียง 9.51 ล้านราย และไม่ผ่านเกณฑ์สูงถึง 9.31 ล้านราย นั้นได้สร้างผลกระทบและความเดือดร้อนในวงกว้าง ทั้งต่อผู้ถือบัตรรายเดิม และผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิรายใหม่ แต่ก็ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา

โดยรายการ Deep SPACE ได้หยิบยกประเด็นปัญหาสำคัญขึ้นมาวิเคราะห์ ดังนี้

เกณฑ์คัดกรองไม่ชัดเจนไร้ประสิทธิภาพ โดยข้อมูลพื้นฐานของผู้ลงทะเบียนบางราย หรือหลายราย เช่น รายได้ ทรัพย์สิน หรือสถานะการศึกษาเกิดความคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน ทำให้ถูกตัดสิทธิ์อย่างไม่เป็นธรรม

เกณฑ์ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต การใช้ฐานข้อมูลกลางตัดสิทธิ์ผู้ที่มีชื่อครอบครองรถ (เกินกว่าเกณฑ์กำหนด) สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังถือครองซากรถ มอเตอร์ไซค์เก่าเกิน 15 ปี รถที่ถูกยึดไปนานแล้ว หรือโอนลอยแต่ชื่อยังอยู่ที่เดิม

ปัญหาการทำของรัฐบาล การปล่อยให้มีผู้ตกหล่นจำนวนมาก สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการ การบูรณาการฐานข้อมูล และการทำงานของคณะรัฐมนตรีที่ไม่รอบคอบเพียงพอ

ขณะที่การอุทธรณ์สิทธิ แม้ทางกระทรวงการคลังได้เปิดโอกาสให้ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ยื่นอุทธรณ์ได้ โดยสามารถตรวจสอบเงื่อนไขที่ตนเองไม่ผ่านเกณฑ์ผ่านช่องทางของกระทรวงการคลังได้โดยตรง แต่ทำงานแบบตั้งรับแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สะท้อนถึงการขาดวิสัยทัศน์ในการวางโครงสร้างนโยบายตั้งแต่เริ่มต้น

ผลกระทบการเมืองสั่นคลอนเสถียรภาพ “พรรคสีน้ำเงิน”

ความผิดพลาดในการจัดทำนโยบายและวางเกณฑ์คัดกรองดังกล่าว ส่งผลให้พรรคสีน้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) เกิดความระส่ำระสาย และทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอน เนื่องจากถูกมองว่าเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการผลักดันเกณฑ์การคัดกรองที่แข็งตัวเกินไปจนกระทบต่อประชาชนฐานราก

ปัญหานี้กลายเป็นวิกฤตศรัทธาที่กระทบฐานเสียงโดยตรง ทำให้ สส. และแกนนำพรรคสีน้ำเงินต้องเร่งประสานกับกระทรวงการคลังเพื่อขอปรับแก้เกณฑ์ใหม่

ขณะเดียวกัน ความล้มเหลวของการจัดสวัสดิการรัฐที่เป็นนโยบายเรือธง หากกระทรวงการคลังไม่สามารถแก้ปัญหาการเยียวยาและการตรวจสอบสิทธิ์ให้จบได้ภายในกำหนดการอุทธรณ์ อาจนำไปสู่การกดดันทางการเมือง “การปรับ ครม.” เพื่อเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรี

ติดตามรายการ Deep SPACE ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00 น. พร้อมข้อมูลใหม่ ทุกแวดวงข่าวสารรอบตัว ลึกกว่าที่รู้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์