'ภูมิธรรม เวชยชัย' รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีปัญหาทับซ้อนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า ได้ส่งจดหมายไปตั้งแต่วันพุธ หรือ วันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่แล้วให้ 'พรพจน์ เพ็ญพาส' อธิบดีกรมที่ดิน ชี้แจงภายในเวลา 7 วัน ว่าเหตุใดจึงเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลปกครอง และศาลฎีกา หากภายใน 7 วันไม่มีความชัดเจน ก็จะเซ็นตั้งคณะกรรมการได้ทันที ซึ่งได้ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาดูว่า คณะกรรมการที่จะต้องประกอบด้วยใครบ้าง
พร้อมย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคลางแคลงใจ และมีความไม่สบายใจ รวมถึงเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนจำนวนมาก ฉะนั้นจึงได้เตรียมการทำให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจน ถ้าชัดเจนสังคมก็จะเกิดความสบายใจ ซึ่งต้องไปถามว่า เหตุผลใดจึงไม่ดำเนินการตามคำสั่งของศาลฯ โดยเฉพาะคำตัดสินของศาลปกครอง และศาลฎีกา
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จากกระทบต่อตำแหน่งของอธิบดีกรมที่ดินด้วยหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ขึ้นอยู่ที่ปัญหา หากทำสิ่งที่ดีก็ได้ไม่มีผลกระทบ แต่หากไปทำอะไรนอกกรอบ หรือนอกความจำเป็น หรือไปเอื้อประโยชน์ต่อใครก็จะมีผลกระทบแน่นอน ส่วนจะถือโอกาสสางคดีที่ดินอัลไพน์ด้วยใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า จะดำเนินการทุกคดีไม่มีข้อยกเว้นซึ่งจะดำเนินการทั้งสองคดี ยืนยันว่าอะไรที่คลางแคลงใจจะเคลียร์ให้หมดทุกประเด็น
‘อนุทิน’ ลั่นเคส ‘เขากระโดง’ ยึดตามกระบวนการกม. ขออย่าเรียกเช็คบิล
ขณะที่ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี 'ภูมิธรรม เวชยชัย' รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีความพยายามเช็คบิลกรณีที่ดินเขากระโดงว่าทุกคนเข้ามามีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัย อย่าให้เป็นการเช็คบิล เพราะถ้าเวลาเช็คบิล หากพวกตนกลับไปก็เช็คบิลได้ต่อ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไร ต้องดูว่าอะไรถูกอะไรผิด เรื่องที่ดินเขากระโดง สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน ข้าราชการกรมที่ดิน ก็ยืนยันมากันหมด ว่าได้ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ที่จะสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะสั่งการให้ออกมาเป็นบวกหรือเป็นลบ รัฐมนตรีไม่มีอำนาจ ไม่มีช่องทางไหนให้เข้าไปได้เลย และที่พูดๆ กันไปว่าจะเข้าไปตรวจสอบก็คงต้องไปตรวจศาล เพราะคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ค. 2566 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งรมว.มหาดไทย ดังนั้นที่บอกว่าจะมาเช็คบิลจะมาตรวจสอบ ส่วนใหญ่รัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่ๆ ก็พูดแบบนี้ทั้งนั้น ถ้าทำแล้วไม่พบความผิดใดๆ ก็ขอให้รัฐมนตรีได้กรุณาออกมามีจิตใจเป็นนักกีฬา แจ้งให้พี่น้องประชาชนได้ทราบด้วยว่า ไม่พบการกระทำที่ผิดใดๆ
“เข้ามาตรวจสอบได้เลย เพราะผมมั่นใจว่าสมัยที่ผมอยู่ ทำทุกอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ตามกฏหมาย และตามระเบียบ และเขากระโดงเราก็เดินหน้าตรวจสอบทุกอย่าง ถ้าผิดลุยเลย มีหนังสือมีจดหมาย ที่ผมได้ออกไป กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ก็เหมือนกัน โครงการต่างๆ เหมือนกันหมด อะไรที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ผมได้ทำทุกอย่างโดยที่ไม่ได้ใช้อำนาจทางการเมืองเข้าไป ไม่เคยกลั่นแกล้งข้าราชการ ไม่เคยย้ายข้าราชการ ตอนที่เข้ามาคนที่ได้ดิบได้ดีในยุคนี้ ตอนนั้นก็ไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งเก็บไปดองที่ไหน ตรงนี้พี่น้องประชาชนคงเห็นแล้วว่า การทำงานของเราถ้าจะบอกว่ามีความเป็นมืออาชีพมือ มีความยุติธรรม มีคุณธรรม อันนี้พวกผมมั่นใจว่าพวกผมมีมากกว่า”
— อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า การที่ขณะนี้รมว.มหาดไทย พยายามเอาข้าราชการสีน้ำเงินออก โดยขีดเส้นกรณีเขากระโดงภายใน 7 วันนั้น ไม่เช่นนั้นจะสั่งเด้ง อนุทิน ระบุว่า คนที่มีอำนาจถ้าใช้อำนาจที่เป็นธรรม ความสงบสุข ความผาสุกจะเกิดขึ้นแต่ถ้าใช้อำนาจไม่เป็นธรรม อำนาจก็จะกลับมาทำลายตัวเองในที่สุด ไม่เคยมีใครใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมแล้วดำรงตนอยู่ได้ และยึดอยู่ในอำนาจนั้นอย่างยั่งยืน แบบมาชั่วคราวลมเพลมพัดมา ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของระบบการเมือง ระบบข้าราชการไทย ถ้าจะให้ดีพ้นเวรพ้นกรรม ต้องให้พรรคพรรคภูมิใจไทย เข้าไปบริหารบ้านเมือง




