‘กฤษฎีกา’ ชี้ช่องของบฯ ‘รัฐบาล’ เยียวยาปมที่ดิน ‘อัลไพน์’

21 ม.ค. 2568 - 16:43

  • ‘เลขาฯ กฤษฎีกา’ ยังไม่ทราบใช้งบส่วนใดเยียวยาปมที่ดิน ‘อัลไพน์’

  • ชี้ช่องของบรัฐบาลได้ บอกใช้ พ.ร.บ.โอนที่สงฆ์ ทำกันบ่อยๆ แต่ไม่เป็นข่าว

  • เผย ‘นายกฯ’ ไม่ได้หารือกฤษฎีกาปมตั้ง ‘หมอเลี้ยบ’ ชี้คนละกรณีกับ ‘กิตติรัตน์’

Decree_shows_channels_to_request_government_funds_to_remedy_Alpine_land_problems_SPACEBAR_Hero_aee06ec05f.jpg

ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (21 มกราคม 2568) กล่าวถึงแนวคำวินิจฉัยการเพิกถอนที่ดินอัลไพน์ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่า แนวคำวินิจฉัยมีตั้งแต่ปี 2544 และหลักของคำวินิจฉัยคือที่ดินที่ได้มาโดยมรดกต้องทำเป็นไปตามที่เจ้าของมรดกกำหนด เมื่อต้องการให้ตกแก่วัดก็ต้องตกแก่วัด

“ซึ่งการเพิกถอนที่ดินให้เป็นที่ธรณีสงฆ์เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ขอให้ไปถามจากกระทรวงมหาดไทย ว่าจะหาทางแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชนที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งต้องไปว่ากันอีกรอบหนึ่ง”

“ขณะเดียวกัน ต้องตรวจสอบว่ามีการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอะไรหรือไม่ เพราะว่าจริงๆ แล้วเราต้องเสียเงินชดเชยให้กับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ได้มาโดยสุจริต ต้องไปดูว่าคำสั่งทางปกครองออกมา และถูกยกเลิกไปนั้นชอบหรือไม่ และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบ”

ปกรณ์ นิลประพันธ์

เมื่อถามถึงงบประมาณที่จะนำมาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะนำมาจากส่วนใด “แต่หากจำเป็นจะต้องแก้ไขเยียวยา ก็สามารถของบประมาณจากรัฐบาลได้” 

เมื่อถามย้ำว่า ใช้งบฯปกติไม่จำเป็นต้องของบกลางจากรัฐบาลใช่หรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวว่า งบปกติน่าจะไม่มี เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งงบไว้ เพราะไม่มีใครคิดว่าจะเกิด ส่วนตัวเข้าใจว่าอย่างนั้น จึงต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่ามีแหล่งเงินจากที่ใดบ้าง 

“อย่างไรก็ตาม แม้วงเงินในการเยียวยาจะสูง แต่คิดว่ามีหลายวิธีที่จะแก้ไข ซึ่งต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน มาแนะนำว่าจะหาทางแก้อย่างไร”

เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นปัญหาด้านกฎหมายมีเพียงว่า ถ้าคำสั่งทางปกครองไม่ชอบก็เพิกถอนเสีย และหากเพิกถอนคำสั่งทางปกครองไปแล้ว และมีผลกระทบต่อบุคคลที่สุจริตก็ต้องเยียวยากันในทางกฎหมายมีเพียงแค่นั้น ส่วนในทางบริหารก็ไปว่ากัน 

เมื่อถามว่า ความเห็นของกฤษฎีกา เมื่อปี 2545 ที่เสนอให้ออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนเป็นที่ดินเอกชนสามารถทำได้หรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวว่า การโอนที่ดินซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ต้องตามเป็นตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร ซึ่งก็แล้วแต่รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยว่าจะพิจารณาว่าทางใดเหมาะสมหรือสมควร ควรรอถาม รมว.มหาดไทยจะเหมาะสมกว่า 

เมื่อถามว่า การออก พ.ร.บ.ที่ดินจะยากกว่าการจ่ายเงินชดเชยหรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวว่า “ไม่ได้ยากอะไร พ.ร.บ.โอนที่ธรณีสงฆ์ ทำกันบ่อยๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เป็นข่าว”

‘นายกฯ’ ไม่ได้หารือกฤษฎีกาปมตั้ง ‘หมอเลี้ยบ’ ชี้ เป็นคนละกรณี ‘กิตติรัตน์’

ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณี พิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) ระบุ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อาจมีสิทธิ์หลุดเก้าอี้กรณีแต่งตั้ง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี (หมอเลี๊ยบ) ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านโยบายของนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานคณะกรรมการซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ 

เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ และเรื่องการแต่งตั้ง นพ.สุรพงษ์ ไม่ได้มีการปรึกษากฤษฎีกา ส่วนจะเทียบเคียงกับกรณีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานคณะที่ปรึกษาของนายกฯ ที่เคยเป็นประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย จนไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้หรือไม่นั้น ต้องไปดูข้อเท็จจริงและวินิจฉัยในแต่ละเรื่อง 

“ซึ่งแต่ละกรณีอยู่ที่ว่ามีการหารือมาอย่างไร พฤติกรรมรายบุคคล แต่ละคำตอบไม่เหมือนกัน ซึ่งอยู่ที่คำถาม”

เมื่อถามว่า ความคืบหน้าเรื่องการสรรหาประธานคณะกรรมการ ธปท. ได้มีการส่งชื่อมาให้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้วหรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกา กล่าวว่า “ไม่มี คงอยู่ที่กระทรวงการคลัง จริงๆ คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบ แต่เขาสอบถามมา”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์