ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดกระแสข่าวลือจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยเป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่ม เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคฯ ที่ส่ง เดชอิศม์ ขาวทอง ว่าที่ ส.ส.สงขลา และ ชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช ไปเดินเกมเจรจานำ ส.ส.ในมือประมาณ 16-17 คน ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย รวมทั้งมีกระแสข่าวกลุ่มของ เฉลิมชัย จะไม่สนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ กลับมากุมบังเหียนเพื่อกอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างว่ามีการประสานขอให้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นหัวหน้าพรรคฯ แต่ได้รับการปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช ยืนยันในเวลาต่อมาว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่พอเข้าใจว่าที่มีกระแสข่าวนี้ออกมา เป็นเพราะประชาชนอยากทราบถึงจุดยืนของพรรคฯ ว่าในเมื่อมีกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลดำเนินการอยู่ และมีบางพรรคที่ได้แสดงจุดยืนจนไปแล้ว ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีความคิดเห็นอย่างไร
“ผมในฐานะที่ถูกพาดพิงว่า เป็นคีย์แมนหลักในการติดต่อเข้าร่วมรัฐบาลที่กำลังมีการจัดตั้งอยู่นี้ ก็ต้องขอชี้แจงว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการมาเพียง 24 - 25 คนนั้น แสดงให้เห็นถึงคำตอบของประชาชน ที่อยากให้พรรคฯ เดินไปทางไหน ซึ่งที่ผ่านมา จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการหาเสียง โดยเฉพาะ ‘4 ทำ 3 ไม่’ คือจะทำประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป ทำประชาธิปไตยสุจริต ทำประชาธิปไตยท้องอิ่ม ตามแนวทาง ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ และจะขจัดยาเสพติดให้หมดไปด้วยแนวทางตาต่อตาฟันต่อฟัน สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่เอากัญชาเสรี พร้อมกับไม่เลิก มาตรา 112 ไม่เอายาเสพติด และไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน” ชัยชนะ กล่าว
ชัยชนะ กล่าวด้วยว่า การตัดสินใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไปในทิศทางใดนั้น จะต้องรอกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ประชุมร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรชุดใหม่ ที่จะภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ อลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปฏิเสธข่าวลือความเคลื่อนไหวกลุ่มของ เฉลิมชัย เช่นกัน พร้อมขอให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะการอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ระบุตัวตน เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่รู้ตัว
อลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า ทันทีที่เห็นข่าวดังกล่าว ได้สอบถามไปยัง เฉลิมชัย และได้รับการยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ตนยังยืนยันข้อเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ โหวตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อสนับสนุนหลักการเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ต้องได้เป็นรัฐบาล ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลพรรคก้าวไกล และยืนยันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้งว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช ยืนยันในเวลาต่อมาว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่พอเข้าใจว่าที่มีกระแสข่าวนี้ออกมา เป็นเพราะประชาชนอยากทราบถึงจุดยืนของพรรคฯ ว่าในเมื่อมีกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลดำเนินการอยู่ และมีบางพรรคที่ได้แสดงจุดยืนจนไปแล้ว ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีความคิดเห็นอย่างไร
“ผมในฐานะที่ถูกพาดพิงว่า เป็นคีย์แมนหลักในการติดต่อเข้าร่วมรัฐบาลที่กำลังมีการจัดตั้งอยู่นี้ ก็ต้องขอชี้แจงว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการมาเพียง 24 - 25 คนนั้น แสดงให้เห็นถึงคำตอบของประชาชน ที่อยากให้พรรคฯ เดินไปทางไหน ซึ่งที่ผ่านมา จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการหาเสียง โดยเฉพาะ ‘4 ทำ 3 ไม่’ คือจะทำประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป ทำประชาธิปไตยสุจริต ทำประชาธิปไตยท้องอิ่ม ตามแนวทาง ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ และจะขจัดยาเสพติดให้หมดไปด้วยแนวทางตาต่อตาฟันต่อฟัน สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่เอากัญชาเสรี พร้อมกับไม่เลิก มาตรา 112 ไม่เอายาเสพติด และไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน” ชัยชนะ กล่าว
ชัยชนะ กล่าวด้วยว่า การตัดสินใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไปในทิศทางใดนั้น จะต้องรอกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ประชุมร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรชุดใหม่ ที่จะภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ อลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปฏิเสธข่าวลือความเคลื่อนไหวกลุ่มของ เฉลิมชัย เช่นกัน พร้อมขอให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะการอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ระบุตัวตน เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่รู้ตัว
อลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า ทันทีที่เห็นข่าวดังกล่าว ได้สอบถามไปยัง เฉลิมชัย และได้รับการยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ตนยังยืนยันข้อเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ โหวตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อสนับสนุนหลักการเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ต้องได้เป็นรัฐบาล ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลพรรคก้าวไกล และยืนยันจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้งว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112



