ราเมศ รัตนะเชวง อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงกระบวนการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในประเด็นเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ หลักการในเรื่องนี้ พรรคเปิดกว้างให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการเสนอตัวเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค
รวมถึงกรณีบุคคลที่เคยเป็น กรรมการบริหารพรรค เคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค เคยเป็น สส.ในนามพรรค หากปัจจุบันยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเนื่องจากได้ลาออกไปก่อนหน้านี้ สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้วสามารถเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรคได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และไม่ต้องยกเว้นข้อบังคับแต่อย่างใด
อย่างเช่นกรณีของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ อดีตหัวหน้าพรรค ที่ได้ลาออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ เมื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้วก็สามารถเสนอชื่อลงแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรคได้เลย เนื่องจากท่านเคยเป็นหัวหน้าพรรค เคยเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรค เคยเป็น สส.ในนามพรรค ไม่มีเหตุจำเป็นต้องงดเว้นข้อบังคับแต่อย่างใด
ซึ่งเป็นไปตาม ข้อบังคับพรรคข้อที่ 30 ที่ระบุให้สมาชิกผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ยี่สิบปีบริบูรณ์และเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่สมาชิกที่มีคุณสมบัติข้อใด ข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการบริหารพรรค (2) เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการสาขาพรรค (3)เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค (4) เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค (5) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่พรรคส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง

ราเมศ ยังระบุว่า ขณะนี้พรรคอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่าการเปิดกว้างให้สมาชิกพรรค อดีตสมาชิกพรรคที่ประสงค์จะกลับเข้ามาร่วมงานกับพรรค เป็นแนวทางที่ดีในการนำพาพรรคก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งกระบวนเลือกตั้งก็จะเป็นไปตามข้อบังคับพรรค โดยส่วนตัวผมและ ชวน หลีกภัย รวมถึงสมาชิกพรรคเป็นจำนวนมากที่ต้องการสนับสนุนอภิสิทธิ์ ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคในสถานการณ์เช่นนี้ เชื่อว่าจะสามารถนำพาพรรคไปในวันข้างหน้าได้
ในส่วนการลาออกจากหัวหน้าพรรคของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ราเมศ ระบุว่า เคารพในการตัดสินใจของท่าน และโดยส่วนตัวได้ร่วมงานกับเฉลิมชัยมาเป็นเวลานาน ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ทุ่มเททำงานให้พรรคมาโดยตลอด ก่อนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสำคัญอีกคนหนึ่งคือเฉลิมชัยที่สนับสนุนงานของพรรคในทุกเรื่องทุกคนทราบดี และส่วนตัวได้ส่งข้อความไปหาเฉลิมชัย เป็นกำลังใจให้และไม่ว่าเฉลิมชัยจะอยู่ในสถานะใดในพรรคก็ยังรักและเคารพเช่นเดิม




