รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย และ รัศมี ทองสิริไพรศรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ทีมผู้หญิงของพรรคฯ ร่วมแสดงจุดยืนที่ให้ความสำคัญกับการสร้างพลังหญิงเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง สร้างสังคมเสมอภาค สร้างกลไกยุติปัญหาความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และครอบครัว พร้อมประกาศแนวทางขับเคลื่อนนโยบายในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้หญิง 5 ด้าน ได้แก่
ด้านที่ 1 ด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างสังคมเสมอภาค ประกอบด้วย
1. การยกระดับมาตรการคุ้มครองแรงงานเด็กและสตรีให้เป็นไปตามหลักสากล การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ พ.ร.บ.ความเสมอภาคเท่าเทียมฯ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นฯ และ พ.ร.บ.ป้องกันการค้ามนุษย์ฯ
2. แก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีฯ โดยไม่เอาผิดผู้ค้าประเวณี แต่เอาผิดผู้ซื้อประเวณี ทั้งนี้ธุรกิจการค้าประเวณียังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
3. การสร้างความตระหนักในการจัดทำงบประมาณโดยคำนึงถึง ความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศวัยและสภาพของบุคคลเพื่อความเป็นธรรม (Gender Responsive Budgeting)
4. แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ 2550 ให้เป็นไปตามหลักสากลว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย
ด้านที่ 2 ด้านการแก้ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว
1. กำหนดให้ "ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว เป็นวาระแห่งชาติ" เพื่อให้ทุกภาคส่วนเต็มที่กับการแก้ปัญหา และได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ มีคณะกรรมการการแก้ปัญหาความรุนแรงฯ ระดับชาติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มียุทธศาสตร์และแผนบูรณาการที่ชัดเจน ไม่ต่างคนต่างทำอย่างที่ผ่านมา
2. จัดตั้งศูนย์ป้องกันการทำความรุนแรงระดับตำบล ให้เกิดเป็นรูปธรรม สร้างกลไกระดับท้องถิ่นสอดส่องดูแล เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรง รวมถึงปัญหายาเสพติด การติดการพนันส่งต่อหน่วยงานระดับจังหวัดต่อไป ซึ่งท้องถิ่นมีศักยภาพเพียงแต่ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนเพิ่มเติม
3. ยกเครื่องวิชาหลักสูตร 'เพศศึกษา' อย่างครอบคลุม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างเยาวชนให้เติบโตขึ้นด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดสังคมเสมอภาค เคารพในศักดิ์ศรีของผู้อื่น ทั้งชาย หญิง LGBTQ+ ไม่ใช่ชายเป็นใหญ่ คนรวยเป็นใหญ่
4. เพิ่มอัตรากำลังตำรวจหญิงแต่ละสถานีตำรวจ เพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่การรับเรื่องร้องทุกข์คดีความรุนแรง
5. ทำงานร่วมกับสื่อมวลชนทุกประเภท ให้ระมัดระวังเรื่องการนำเสนอประเด็นความรุนแรง ต้องไม่บูลลี่ ไม่หยามเกียรติ ทั้งในเนื้อหาข่าวหรือละคร และสร้างแรงจูงใจในการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคมและกับคนทุกกลุ่ม
6. ส่งเสริมการทำงานของภาคประชาสังคมในทุกมิติ ต้องเข้าไปสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบกองทุน เพื่อให้การดูแลและฟื้นฟูเยียวยาผู้ถูกกระทำความรุนแรงให้ลุกขึ้นยืนได้ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจและยั่งยืน
ด้านที่ 3 ด้านส่งเสริมผู้หญิงเป็นพลังทางเศรษฐกิจว่า สำหรับชุดนโยบายการเพิ่มโอกาสในความก้าวหน้าของผู้หญิง และการแก้ปัญหาที่เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้ชีวิตเดินหน้าอย่างมั่นคง ประกอบด้วย
1. การส่งเสริมผู้ประกอบการหญิงเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายและดอกเบี้ยต่ำ ผ่านโครงการ SME มีแต้มต่อ
2. สนับสนุนผู้หญิงประกอบอาชีพอิสระ เข้าถึงแหล่งทุนธนาคารชุมชน ไม่ต้องพึ่งเจ้าหนี้นอกระบบ
3. ส่งเสริมให้มีศูนย์เด็กเล็กคุณภาพในท้องถิ่นและสถานประกอบการด้วยมาตรการที่หลากหลาย เช่น ให้นำค่าใช้จ่ายมาคำนวณหักภาษีนิติบุคคลได้ เป็นต้น และ
4. ส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ และคนพิการ ในลักษณะเป็นธุรกิจเพื่อสังคม (social enterprises) พร้อมทั้งจัดให้มีระบบการดูแลสวัสดิการที่เป็นธรรม
ด้านที่ 4 ด้านการวางรากฐานการศึกษาการจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้หญิงที่ดีที่สุดคือการให้การศึกษา ที่ถือเป็นการสร้างคน และจะนำไปสู่การสร้างเงิน สร้างชาติ ให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยมีแนวทางที่สำคัญคือ
1. อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ การค้าขาย และการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข
2. เรียนฟรี ถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด “การตลาดนำการผลิต” เพื่อผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ช่วยลดภาระครอบครัว ทำให้นิสิตที่จบการศึกษามีงานทำ มีรายได้ ยืนบนขาตัวเองและพึ่งพิงตนเองได้
3. สนับสนุนอาหารเช้า และอาหารกลางวันฟรี ในระหว่างภาคการศึกษา สนับสนุนนมฟรี 365 วัน ให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 ผ่านสถานศึกษา เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง 4. เพิ่มการสนับสนุนการจัดการศึกษาพิเศษอย่างมีคุณภาพ สำหรับบุคคลหรือเด็กพิการในประเทศไทย ช่วยลดภาระการดูแลของผู้ปกครองทำให้สามารถไปประกอบอาชีพได้ในขณะที่ลูกได้รับการดูแลโดยสถานศึกษา
ด้านที่ 5 ด้านการสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนในการเพิ่มพื้นที่ให้สตรีมีบทบาททางด้านการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเวทีขนาดใหญ่ หรือระดับท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่การวางโครงสร้างภายในพรรค ด้วยการกำหนดสัดส่วนที่จะให้ผู้หญิงเข้ามานั่งเป็นกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งที่เป็นสตรี สัดส่วนของสตรีในส่วนของสาขาพรรค โดยมีการกำหนดแนวทางไว้ชัดเจน และระบุไว้ในข้อบังคับพรรค ถือได้ว่าพรรคฯ มีจุดยืนมากในเรื่อง Gender Rights และ Political Rights ทั้งนี้ จะช่วยส่งผลให้สตรีได้มีพื้นที่ทางการเมือง ไปทำงานขับเคลื่อนนโยบายด้วยความเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง
ด้านที่ 1 ด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างสังคมเสมอภาค ประกอบด้วย
1. การยกระดับมาตรการคุ้มครองแรงงานเด็กและสตรีให้เป็นไปตามหลักสากล การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ พ.ร.บ.ความเสมอภาคเท่าเทียมฯ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นฯ และ พ.ร.บ.ป้องกันการค้ามนุษย์ฯ
2. แก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีฯ โดยไม่เอาผิดผู้ค้าประเวณี แต่เอาผิดผู้ซื้อประเวณี ทั้งนี้ธุรกิจการค้าประเวณียังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
3. การสร้างความตระหนักในการจัดทำงบประมาณโดยคำนึงถึง ความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศวัยและสภาพของบุคคลเพื่อความเป็นธรรม (Gender Responsive Budgeting)
4. แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ 2550 ให้เป็นไปตามหลักสากลว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย
ด้านที่ 2 ด้านการแก้ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว
1. กำหนดให้ "ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว เป็นวาระแห่งชาติ" เพื่อให้ทุกภาคส่วนเต็มที่กับการแก้ปัญหา และได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ มีคณะกรรมการการแก้ปัญหาความรุนแรงฯ ระดับชาติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มียุทธศาสตร์และแผนบูรณาการที่ชัดเจน ไม่ต่างคนต่างทำอย่างที่ผ่านมา
2. จัดตั้งศูนย์ป้องกันการทำความรุนแรงระดับตำบล ให้เกิดเป็นรูปธรรม สร้างกลไกระดับท้องถิ่นสอดส่องดูแล เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรง รวมถึงปัญหายาเสพติด การติดการพนันส่งต่อหน่วยงานระดับจังหวัดต่อไป ซึ่งท้องถิ่นมีศักยภาพเพียงแต่ภาครัฐต้องให้การสนับสนุนเพิ่มเติม
3. ยกเครื่องวิชาหลักสูตร 'เพศศึกษา' อย่างครอบคลุม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างเยาวชนให้เติบโตขึ้นด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดสังคมเสมอภาค เคารพในศักดิ์ศรีของผู้อื่น ทั้งชาย หญิง LGBTQ+ ไม่ใช่ชายเป็นใหญ่ คนรวยเป็นใหญ่
4. เพิ่มอัตรากำลังตำรวจหญิงแต่ละสถานีตำรวจ เพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่การรับเรื่องร้องทุกข์คดีความรุนแรง
5. ทำงานร่วมกับสื่อมวลชนทุกประเภท ให้ระมัดระวังเรื่องการนำเสนอประเด็นความรุนแรง ต้องไม่บูลลี่ ไม่หยามเกียรติ ทั้งในเนื้อหาข่าวหรือละคร และสร้างแรงจูงใจในการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคมและกับคนทุกกลุ่ม
6. ส่งเสริมการทำงานของภาคประชาสังคมในทุกมิติ ต้องเข้าไปสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบกองทุน เพื่อให้การดูแลและฟื้นฟูเยียวยาผู้ถูกกระทำความรุนแรงให้ลุกขึ้นยืนได้ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจและยั่งยืน
ด้านที่ 3 ด้านส่งเสริมผู้หญิงเป็นพลังทางเศรษฐกิจว่า สำหรับชุดนโยบายการเพิ่มโอกาสในความก้าวหน้าของผู้หญิง และการแก้ปัญหาที่เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้ชีวิตเดินหน้าอย่างมั่นคง ประกอบด้วย
1. การส่งเสริมผู้ประกอบการหญิงเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายและดอกเบี้ยต่ำ ผ่านโครงการ SME มีแต้มต่อ
2. สนับสนุนผู้หญิงประกอบอาชีพอิสระ เข้าถึงแหล่งทุนธนาคารชุมชน ไม่ต้องพึ่งเจ้าหนี้นอกระบบ
3. ส่งเสริมให้มีศูนย์เด็กเล็กคุณภาพในท้องถิ่นและสถานประกอบการด้วยมาตรการที่หลากหลาย เช่น ให้นำค่าใช้จ่ายมาคำนวณหักภาษีนิติบุคคลได้ เป็นต้น และ
4. ส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ และคนพิการ ในลักษณะเป็นธุรกิจเพื่อสังคม (social enterprises) พร้อมทั้งจัดให้มีระบบการดูแลสวัสดิการที่เป็นธรรม
ด้านที่ 4 ด้านการวางรากฐานการศึกษาการจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้หญิงที่ดีที่สุดคือการให้การศึกษา ที่ถือเป็นการสร้างคน และจะนำไปสู่การสร้างเงิน สร้างชาติ ให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยมีแนวทางที่สำคัญคือ
1. อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ การค้าขาย และการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข
2. เรียนฟรี ถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด “การตลาดนำการผลิต” เพื่อผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ช่วยลดภาระครอบครัว ทำให้นิสิตที่จบการศึกษามีงานทำ มีรายได้ ยืนบนขาตัวเองและพึ่งพิงตนเองได้
3. สนับสนุนอาหารเช้า และอาหารกลางวันฟรี ในระหว่างภาคการศึกษา สนับสนุนนมฟรี 365 วัน ให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 ผ่านสถานศึกษา เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง 4. เพิ่มการสนับสนุนการจัดการศึกษาพิเศษอย่างมีคุณภาพ สำหรับบุคคลหรือเด็กพิการในประเทศไทย ช่วยลดภาระการดูแลของผู้ปกครองทำให้สามารถไปประกอบอาชีพได้ในขณะที่ลูกได้รับการดูแลโดยสถานศึกษา
ด้านที่ 5 ด้านการสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนในการเพิ่มพื้นที่ให้สตรีมีบทบาททางด้านการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเวทีขนาดใหญ่ หรือระดับท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่การวางโครงสร้างภายในพรรค ด้วยการกำหนดสัดส่วนที่จะให้ผู้หญิงเข้ามานั่งเป็นกรรมการบริหารพรรค ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งที่เป็นสตรี สัดส่วนของสตรีในส่วนของสาขาพรรค โดยมีการกำหนดแนวทางไว้ชัดเจน และระบุไว้ในข้อบังคับพรรค ถือได้ว่าพรรคฯ มีจุดยืนมากในเรื่อง Gender Rights และ Political Rights ทั้งนี้ จะช่วยส่งผลให้สตรีได้มีพื้นที่ทางการเมือง ไปทำงานขับเคลื่อนนโยบายด้วยความเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง



