ซัดแรง! จัดงบฯ ‘ทอดทิ้งคนใต้’ ลาก ‘ชายบนชั้น 14’ ทิ้งบอมบ์กลางสภาฯ

5 ม.ค. 2567 - 14:14

  • ‘ประชาธิปัตย์’ ท็อปฟอร์ม ‘ฝ่ายค้าน’ ลาก ‘นักโทษเทวดาชั้น 14’ มาทิ้งบอมบ์กลางสภาฯ

  • จวกนิสัยเดิมๆ จัดงบฯ แบบ ‘ทอดทิ้งคนใต้’ ส่องหน้า ‘เศรษฐา’ เห็นพันธุกรรม ‘นายใหญ่’

  • ‘องค์รักษ์เพื่อไทย’ ดาหน้าประท้วงวุ่น-ป้องสุดลิ่ม

  • ‘พิทักษ์เดช’ เหน็บฉ่ำๆ ไม่ต้องกลัว แค่แซะนิดแซะหน่อย ‘ทูลหัวของบ่าว’ ยังปลอดภัยเหมือนเดิม

democrat_party_blame_for_budget_preparation_that_neglected_southern_people_SPACEBAR_Hero_4a308fa47c.jpg

คิวการอภิปรายของ สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กลายมาเป็นไฮไลท์ในภาคเช้าของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วาระแรก จากศึกปะทะคารมกันระหว่างสองพรรคคู่ปรับดั้งเดิมอย่าง ‘ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย’ ภายหลังสุณัฐชา พาดพิงเรื่องในอดีตของพรรคเพื่อไทย สมัยทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งกรณีการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละภาคที่แตกต่างกันตามความนิยมในขณะนั้น อีกทั้งการดำเนินโครงการจำนำข้าวที่ผิดพลาด

สุณัฐชา อภิปรายบางช่วงบางตอนว่า เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์จะต้องได้รับการจัดสรรอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกที่รักมักที่ซัง เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองเหมือนในอดีต ที่คนใต้โดนเลือกปฏิบัติ เพียงเพราะเหตุผลไม่นิยมชมชอบพรรครัฐบาลในขณะนั้น ทำให้มีข้อกังวลในการจัดสรรงบประมาณของ ‘รัฐบาลเศรษฐี’ ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้รับฉายาว่าเป็น ‘เซลล์แมนสแตนชิน’

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ มีดีเอ็นเอหรือรากเหง้ามาจากพรรคไทยรักไทย ที่มี ‘นายใหญ่สายชิน’ เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลในปี 2544 เป็นเจ้าของคำพูดที่ว่า “จังหวัดไหนไม่เลือก ให้รอการพัฒนาไปก่อน” ต่อมาแปรสภาพเป็นพรรคพลังประชาชน และจบด้วยการยุบพรรคที่สุดกลายเป็นพรรคเพื่อไทย ที่เมินการจัดสรรงบประมาณลงภาคใต้ แต่กลับใช้งบประมาณ 1.39 ล้านล้านบาท ไปกับโครงการจำนำข้าว

สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ

ทำให้ สรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ขณะนี้เราอยู่ในยุคปีใหม่ ปี 2567 เหตุใดจึงอภิปรายย้อนถึงอดีตนานขนาดนั้น ที่สำคัญขอให้อยู่ในประเด็นที่พิจารษางบประมาณปี 67

ทางด้าน พิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ลุกขึ้นประท้วงโต้ว่า ผู้อภิปรายอยู่ในประเด็น ไมได้ไปกระทบกระทั่ง ‘ทูนหัวของบ่าว’ อะไรเลย ดังนั้น ประธานต้องวินิจฉัย ทำให้สรวงศ์ ประท้วงกลับ ขอให้ถอนคำพูด

หลังเหตุปะทะคารมคลี่คลาย สุณัฐชา ระบุว่า อยากให้ฝ่ายรัฐบาลให้เย็นๆ เพราะอย่าลืมว่าหนีอดีตไม่พ้น หนีความจริงไม่ได้ ก่อนอภิปรายพร้อมโชว์ภาพ เศรษฐา สังสรรค์กับสื่อฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล กับภาพเหตุการณ์ชาวบ้านประสบอุทกภัยหนักที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อสื่อว่านายกฯ ไม่ได้สนใจชาวบ้าน ทำให้พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ถามเจ้าหน้าที่ว่าได้รับอนุญาตหรือไม่

เรื่องนี้ทำให้ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงขอให้ประธานทำหน้าที่เป็นกลาง ไม่ใช่เบรกกลางอากาศ เพราะในการตรวจสไลด์เป็นอำนาจของประธานอยู่แล้ว หากจะมีความผิดพลาดทางเทคนิค ควรทำหลังการอภิปราย เพราะประธานฯ จะถูกมองว่าการทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง พิเชษฐ์จึงชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ส่งเรื่องมาให้ตรวจสอบ แต่เมื่ออนุญาตแล้วจึงให้อภิปรายต่อ

เมื่อ สุณัฐชา ยังอภิปรายต่อไปว่า รูปที่นายกฯ สวมใส่เสื้อสีแดงปาร์ตี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่มีอะไรน่าจะเสียหาย ไม่มีอะไรที่น่าอาย “เพราะการเป็นนักโทษเทวดาอยู่ชั้น 14 น่าอายกว่าเยอะ”

ทำให้ ศรันย์วุฒิ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ตั้งแต่ประเด็นเรื่องสไลด์ ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกัน และนายกฯ ได้ไปติดตามเรื่องน้ำท่วม ไม่ใช่นายกฯ ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ผู้อภิปรายพยายามทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย จึงอยากให้อภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณปี 2567 ไม่ต้องมาเสียดสี

ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จึงลุกขึ้นประท้วง ขอให้ผู้ประท้วงระบุว่าทำผิดข้อไหน และผู้ประท้วงได้กล่าวเท็จในสภาฯ แห่งนี้ เพราะผู้อภิปรายชี้ให้เห็นว่า นายกฯ กำลังมีความสุขที่ทำเนียบฯ เหมือนลิงได้แก้ว แต่ประชาชนถูกน้ำท่วม และที่บอกว่านายกฯ ลงพื้นที่ ถ้าไปดูภาพให้ไปที่น้ำลึก ไม่ใช่ไปที่น้ำตื้น จึงขอให้ประธานฯ ควบคุมด้วย

ขณะที่ กิตติ์ธัญญา วาจาดี สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ผู้อภิปรายอภิปรายซ้ำซาก จำเจ และเสียดสี ประธานในที่ประชุมจึงขอให้ผู้อภิปราย อภิปรายอยู่ในประเด็น จากนั้น สุณัฐชาได้อภิปรายต่อ โดยถามถึงการจัดงบฯ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ไว้ที่ส่วนใด เพราะนายกฯ ลางาน 4 วัน ทั้งๆ ที่เพิ่งทำงานมาเพียง 4 เดือน ทำให้การจัดงบฯ ของเศรษฐา ไม่ต่างจากยุค ‘รัฐบาลนายใหญ่เพื่อไทย’ เมื่อ 10 ปีก่อน

นายเศรษฐา อาจจะลุกขึ้นมาแก้ตัวว่า ตัวท่านและผู้นำในอดีตเป็นคนละคนกัน แต่การจัดงบฯ ในลักษณะนี้ ยิ่งทำให้มั่นใจว่า ถึงแม้จะเป็นคนละคนกัน แต่พฤติกรรมทอดทิ้งคนใต้ ถูกถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาถึงนายกฯ ที่ชื่อเศรษฐา ผ่านร่างฯ งบฯ ปี67

สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ

จากประโยคนี้ทำให้ กิตติ์ธัญญาลุกขึ้นประท้วงว่า การที่ยังฝืนข้อบังคับเสียดสี ไม่เข้างบประมาณฯ ทำให้เสียเวลา และขอขอบคุณที่ยังจำนายกฯ และอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในหัวใจตลอดเวลา แต่พิทักษ์เดช ประท้วงอีกครั้งให้ประธานควบคุม

บรรยากาศไปด้วยดี นิดๆหน่อยๆ ดูกันบ้าง และฟังกันไว้เถอะ ไม่เฉียดไม่ฉิว ทูนหัวของบ่าวยังอยู่เหมือนเดิม ยังปลอดภัย

พิทักษ์เดช เดชเดโช

หลังการประท้วงและปะทะคารมจบลง สุนัฐชา ก็ได้อภิปรายจนจบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์