รวดเร็วทันใจ ภายหลังเมื่อคืนวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา เสียงข้างมากในที่ประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย พร้อมเสนอชื่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคฯ ให้เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคฯ ให้เป็น รมช.สาธารณสุข ตามโควตาที่พรรคเพื่อไทยจัดให้
มาวันนี้ นริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เดินทางเข้าอาคาร SC ASSET Public Company Limited ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ (ตึกชินวัตร ทาวเวอร์ 3) เพื่อนำรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มาส่งให้พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล เป็นที่เรียบร้อย
ได้รับมอบหมายจาก เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้นำรายชื่อทั้ง 2 คน ที่จะเข้าร่วมรัฐบาล มาส่งให้กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นรายชื่อที่มีมติจากที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อคืนก็มีการประชุมกันจนดึก จึงได้เดินทางมาส่งหนังสือในเช้าวันเดียวกันนี้ และได้มีการประสานงานกับ สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่เนื่องด้วย สรวงศ์ ติดภารกิจลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย พร้อมกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งกระบวนการนับจากนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอน
พร้อมยืนยันว่า 2 เก้าอี้ที่ได้คือ ตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ รมช.สาธารณสุข
เมื่อคืนวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา หัวหน้าพรรค ได้แจ้งภายในว่า ได้ 2 ตำแหน่ง
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจหรือไม่ในเรื่องของคุณสมบัติว่าจะไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง นริศ กล่าวว่า เรื่องนี้หัวหน้าพรรคฯ ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า มีความมั่นใจในทั้ง 2 รายชื่อ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ภายหลังที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นริศ มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา
เพราะเราเป็นทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลมาแล้ว เป็นระยะเวลายาวนานมาก ซึ่งมีกระแสเช่นนี้เกิดขึ้นทุกครั้ง
เมื่อถามย้ำว่า แบบนี้จะหมายถึง “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูที่ถาวร” ใช่หรือไม่ นริศ กล่าวว่า ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรคจะผลักดันนโยบายของพรรค
เมื่อถามถึงความมั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมในอีก 3 ปีที่เหลือหรือไม่ นริศ กล่าวว่า อยู่ที่การทำงานของรัฐบาลชุดนี้เป็นสำคัญ หากทำงานได้ตามนโยบายและประชาชนพึงพอใจ โอกาสที่จะอยู่จนครบวาระก็มีความเป็นไปได้
ส่วนเมื่อตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้มีบุคคลเตรียมร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งนั้น นริศ ยอมรับว่า “เรื่องนี้ก็เยอะจริง ๆ แต่ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งก็ต้องมีความหนักแน่น เพราะการตรวจสอบบุคคลสาธารณะ สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ”




