พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.กระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์, เกียรติ สิทธีอมร ประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์, อลงกรณ์ พลบุตร อดีต รมช.กระทรวงพาณิชย์ และ รมต.เศรษฐกิจอาเซียน และ สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ ร่วมแถลงนโยบายหาเสียงด้านพลังงาน ของพรรคประชาธิปัตย์
ซึ่งหลักๆ จะเป็นการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เช่น ในส่วนของน้ำมัน จะกำกับค่าการกลั่นไม่เกิน 1 บาทต่อลิตร ค่าการตลาดไม่เกิน 1.5 บาทต่อลิตร ทบทวนโครงสร้างราคาและภาษีให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม ตลอดจนทบทวนเงินเข้ากองทุน ส่วนก๊าซธรรมชาตินั้นจะต้องเฉลี่ยต้นทุนระหว่างนำเข้ากับแหล่งในประเทศ ให้สะท้อนต้นทุนที่จริงและเป็นธรรม ปฏิรูปสูตรคำนวณและวิธีการกำกับดูแลใหม่ และทบทวนสัญญาระยะยาวที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรม
สำหรับไฟฟ้า จะปรับราคาก๊าซป้อนโรงไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม กำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐกับเอกชนให้เหมาะสม ซึ่งขณะนี้ เรามีกำลังการผลิตสำรองถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามีจำนวนมาก ที่สำคัญต้องมีการทบทวนความจำเป็นการมีค่าความผันแปร หรือค่า FT โดยค่าดังกล่าว ในโลกนี้มีใกล้เคียงอยู่เพียง 3-4 ประเทศเท่านั้น เราจึงต้องการยกเลิกและมีวิธีอื่นที่ดีกว่า
แต่ทั้งนี้ จะทำได้ก็ต่อเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หรือกำกับกระทรวงพลังงาน อย่างจริงจัง นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะทบทวบสูตรคำนวณราคาก๊าซหุงต้น ทบทวนค่าการตลาดของปั๊มก๊าซแอลเอ็นจี, แอลพีจี
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะทำนโยบายพลังงานทดแทนเป็นวาระแห่งชาติ กำหนดสัดส่วนพลังงานทดแทนร้อยละ 30 ในปี 2030 ส่งเสริมพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น ชีวภาพ ชีวมวล พลังงานลม และอื่นๆ รวมถึงสนับสนุนประชาชน เอกชนร่วมผลิตไฟฟ้าโซล่าเซลล์, โซล่ารูฟท็อป เป็นต้น
ซึ่งหลักๆ จะเป็นการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เช่น ในส่วนของน้ำมัน จะกำกับค่าการกลั่นไม่เกิน 1 บาทต่อลิตร ค่าการตลาดไม่เกิน 1.5 บาทต่อลิตร ทบทวนโครงสร้างราคาและภาษีให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม ตลอดจนทบทวนเงินเข้ากองทุน ส่วนก๊าซธรรมชาตินั้นจะต้องเฉลี่ยต้นทุนระหว่างนำเข้ากับแหล่งในประเทศ ให้สะท้อนต้นทุนที่จริงและเป็นธรรม ปฏิรูปสูตรคำนวณและวิธีการกำกับดูแลใหม่ และทบทวนสัญญาระยะยาวที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรม
สำหรับไฟฟ้า จะปรับราคาก๊าซป้อนโรงไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและเป็นธรรม กำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐกับเอกชนให้เหมาะสม ซึ่งขณะนี้ เรามีกำลังการผลิตสำรองถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามีจำนวนมาก ที่สำคัญต้องมีการทบทวนความจำเป็นการมีค่าความผันแปร หรือค่า FT โดยค่าดังกล่าว ในโลกนี้มีใกล้เคียงอยู่เพียง 3-4 ประเทศเท่านั้น เราจึงต้องการยกเลิกและมีวิธีอื่นที่ดีกว่า
แต่ทั้งนี้ จะทำได้ก็ต่อเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หรือกำกับกระทรวงพลังงาน อย่างจริงจัง นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะทบทวบสูตรคำนวณราคาก๊าซหุงต้น ทบทวนค่าการตลาดของปั๊มก๊าซแอลเอ็นจี, แอลพีจี
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะทำนโยบายพลังงานทดแทนเป็นวาระแห่งชาติ กำหนดสัดส่วนพลังงานทดแทนร้อยละ 30 ในปี 2030 ส่งเสริมพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น ชีวภาพ ชีวมวล พลังงานลม และอื่นๆ รวมถึงสนับสนุนประชาชน เอกชนร่วมผลิตไฟฟ้าโซล่าเซลล์, โซล่ารูฟท็อป เป็นต้น




