สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคฯ มีมติส่ง นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ อดีต สส.ระยอง 3 สมัย ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง นพ.บัญญัติ ถือเป็นอดีตผู้สมัครเดิม และทำงานในสภาฯ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีประวัติด่างพร้อยทางด้านทุจริตคอรัปชั่นหรือการปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม จึงมั่นใจในคุณสมบัติที่จะเป็นตัวแทนของคนอำเภอแกลง จังหวัดระยอง แม้กระแสภาพรวมของพรรคก้าวไกล จะมาแรง ก็ยังมีความมั่นใจในผู้สมัคร ที่มีความดีและความพร้อม
ส่วนกรณีพรรคขั้วรัฐบาลเดิมไม่มีการส่งผู้สมัครลงชิง จะถือว่าเป็นคะแนนเสียงมาช่วยสนับสนุนหรือไม่นั้น สาธิต กล่าวว่า ถือเป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมือง แต่ถ้าหากเป็นไปได้ อยากขอว่าตรงนี้เป็นพื้นที่เก่าเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็น สส.ในเขตนี้ แต่พ่ายแพ้ไปในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งตนมองว่าตลอดระยะเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้ง เกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้น จึงอาจทำให้ประชาชนลังเล สงสัย เช่น การกระทำความผิดกฎหมายอาญาแล้วอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว และอีกหลายพฤติกรรมที่ออกมาจากคนที่เกี่ยวข้อง
“เพราะฉะนั้น แม้สถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ก็มั่นใจว่าคุณภาพของบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง หากมองแบบคนต่อคน ถือว่าเรามีความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นพ.บัญญัติ ถือเป็นคนในพื้นที่และดูแลประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด” สาธิต ระบุ
เมื่อถามถึงความมั่นใจหลังการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นพ.บัญญัติ ได้คะแนนระดับสาม บวกกับกระแสพรรคก้าวไกล กำลังมา สาธิต กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความมั่นใจ แต่ขอโอกาสเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้วิจารณาญาณและทบทวนอย่างรอบด้าน ทั้งในเขตดังกล่าวและทางประเทศ ในการเลือกคนเข้าไปเป็นผู้แทน ที่ต้องมีการกลั่นกรองคุณสมบัติและตรวจสอบอย่างดีทางคุณสมบัติข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ และพรรคมีหน้าที่กลั่นกรองอีกชั้นหนึ่งว่า คนที่จะมาเป็นผู้แทนต้องมีความเสียสละ และพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนในพื้นที่นั้นๆ พร้อมย้ำว่า นพ.บัญญัติ เหมาะสมทำหน้าที่ในพื้นที่เป็นอย่างดี
เมื่อถามว่า ทำไมไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมเอง สาธิต กล่าวว่า เพราะกรรมการบริหารพรรคฯ มีมติส่ง นพ.บัญญัติ มีความชอบธรรม เนื่องจากเป็น สส.เขตเดิม ทั้งนี้ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาแบบเดิม หรือเกิดการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่สามารถห้ามกันมองได้ เพราะการเมืองเป็นแบบ 360 องศา แต่ถือเป็นโอกาสนำข้อมูล เพื่อมาเป็นโอกาสให้เท่าเทียมกัน ก่อนทิ้งท้ายว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นตัวสะท้อนว่ากระแสการเมืองระดับชาติ จะลงไปถึงพื้นที่ได้หรือไม่
ส่วนกรณีพรรคขั้วรัฐบาลเดิมไม่มีการส่งผู้สมัครลงชิง จะถือว่าเป็นคะแนนเสียงมาช่วยสนับสนุนหรือไม่นั้น สาธิต กล่าวว่า ถือเป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมือง แต่ถ้าหากเป็นไปได้ อยากขอว่าตรงนี้เป็นพื้นที่เก่าเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็น สส.ในเขตนี้ แต่พ่ายแพ้ไปในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งตนมองว่าตลอดระยะเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้ง เกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้น จึงอาจทำให้ประชาชนลังเล สงสัย เช่น การกระทำความผิดกฎหมายอาญาแล้วอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว และอีกหลายพฤติกรรมที่ออกมาจากคนที่เกี่ยวข้อง
“เพราะฉะนั้น แม้สถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ก็มั่นใจว่าคุณภาพของบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง หากมองแบบคนต่อคน ถือว่าเรามีความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นพ.บัญญัติ ถือเป็นคนในพื้นที่และดูแลประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด” สาธิต ระบุ
เมื่อถามถึงความมั่นใจหลังการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นพ.บัญญัติ ได้คะแนนระดับสาม บวกกับกระแสพรรคก้าวไกล กำลังมา สาธิต กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความมั่นใจ แต่ขอโอกาสเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้วิจารณาญาณและทบทวนอย่างรอบด้าน ทั้งในเขตดังกล่าวและทางประเทศ ในการเลือกคนเข้าไปเป็นผู้แทน ที่ต้องมีการกลั่นกรองคุณสมบัติและตรวจสอบอย่างดีทางคุณสมบัติข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ และพรรคมีหน้าที่กลั่นกรองอีกชั้นหนึ่งว่า คนที่จะมาเป็นผู้แทนต้องมีความเสียสละ และพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนในพื้นที่นั้นๆ พร้อมย้ำว่า นพ.บัญญัติ เหมาะสมทำหน้าที่ในพื้นที่เป็นอย่างดี
เมื่อถามว่า ทำไมไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมเอง สาธิต กล่าวว่า เพราะกรรมการบริหารพรรคฯ มีมติส่ง นพ.บัญญัติ มีความชอบธรรม เนื่องจากเป็น สส.เขตเดิม ทั้งนี้ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาแบบเดิม หรือเกิดการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่สามารถห้ามกันมองได้ เพราะการเมืองเป็นแบบ 360 องศา แต่ถือเป็นโอกาสนำข้อมูล เพื่อมาเป็นโอกาสให้เท่าเทียมกัน ก่อนทิ้งท้ายว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นตัวสะท้อนว่ากระแสการเมืองระดับชาติ จะลงไปถึงพื้นที่ได้หรือไม่




