ความรู้สึกของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ เหมือนกับ ‘ดูเพื่อนรวย เชียร์เพื่อนวิ่ง’ ในช่วงเวลาของการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล แต่ละพรรคมีความคึกคัก พร้อมเปิดรับเจรจากับพรรคจัดตั้งรัฐบาล แบบมาเถอะ มาคุยกัน จบหรือไม่จบค่อยว่ากัน
เวลานี้พรรคประชาธิปัตย์ สถาบันการเมือง พรรคการเมืองเก่าแก่คู่การเมืองไทย ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิด ‘ภาวะหัวหน้าพรรคขาดแคลน’ ไม่สามารถหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้ สมาชิกเสียงแตก
หากมองลึกๆ ลงไปในวิกฤตเลือกหัวหน้าพรรค ต้องดูที่รากเหง้าของประชาธิปัตย์ ที่ผูกขาดกับการเป็น สส.เขตในภาคใต้ กับกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสายประชาธิปัตย์แท้ๆ จะถูกจัดอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ นั้นหมายความว่าต้องได้คะแนนนิยมเหมือนเดิม
แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์หดหายไป จากที่เคยได้หลักล้านเสียง ลดมาเหลือไม่ถึงล้านคะแนน เพราะคะแนนส่วนใหญ่เทไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ ‘ลุงตู่’ ที่กวาดไปกว่า 4 ล้านคะแนนเสียง
ถ้าประเมินแบบคนประชาธิปัตย์นั่นคือ ฐานเสียงเดิมที่ถูกแย่งไป ‘ลุงตู่’ เป็นผู้ร้ายไปแย่งไอติมจากประชาธิปัตย์
สายเดิมประชาธิปัตย์ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ มาแค่ 3 คน แทบสูญพันธุ์ ดังนั้น สส.รุ่นใหม่ จึงไม่ใช่สายตรงพันธุ์แท้ของประชาธิปัตย์
จุดแตกหักของประชาธิปัตย์สายแท้ ก็คาดว่าหลังจาก ‘ลุงตู่’ ออกจากรวมไทยสร้างชาติแล้ว คะแนนเสียงที่หายไปก็จะกลับมาเหมือนเดิม เลยต้องรักษาบ้านไว้รอคนกลับมา
ส่วนประชาธิปัตย์สายใหม่ ก็มองว่า นี่คือเวลาล้างบ้าน ใช้จังหวะนี้เปลี่ยนแปลงพรรค ด้วยคนรุ่นใหม่ วิชามารแจกทัวร์ลาว ไม่ต้องเข้าประชุม จึงเกิดขึ้น แบบอย่างนี้ก็ได้หรือ? การประชุมเลือกหัวหน้าพรรคล้มไม่เป็นท่า 2 ครั้งที่ผ่านมา
ว่ากันว่า เราอาจได้นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ก่อนได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่
พรรคจัดตั้งรัฐบาลเองก็คงปวดหัว พรรคอื่นๆ สามารถระบุตัวคนเจรจาได้ว่า ต้องไปจับเข่าคุยกับใคร และสรุปกับใคร แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่รู้คุยกับใคร หรือคุยกับสายไหนในพรรค ที่จะจบได้
มีบางคนแนะนำว่าการเจรจากับพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงเวลานี้ ต้องคุยกับผู้ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในประชาธิปัตย์มาทุกยุคสมัย นั่นคือ ‘แม่พระธรณีบีบมวยผม’ หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์
สถานะ ‘รักษาการหัวหน้าพรรค’ เวลานี้พึ่งพาได้มากที่สุด ในพรรคประชาธิปัตย์
เวลานี้พรรคประชาธิปัตย์ สถาบันการเมือง พรรคการเมืองเก่าแก่คู่การเมืองไทย ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิด ‘ภาวะหัวหน้าพรรคขาดแคลน’ ไม่สามารถหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้ สมาชิกเสียงแตก
หากมองลึกๆ ลงไปในวิกฤตเลือกหัวหน้าพรรค ต้องดูที่รากเหง้าของประชาธิปัตย์ ที่ผูกขาดกับการเป็น สส.เขตในภาคใต้ กับกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสายประชาธิปัตย์แท้ๆ จะถูกจัดอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ นั้นหมายความว่าต้องได้คะแนนนิยมเหมือนเดิม
แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์หดหายไป จากที่เคยได้หลักล้านเสียง ลดมาเหลือไม่ถึงล้านคะแนน เพราะคะแนนส่วนใหญ่เทไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ ‘ลุงตู่’ ที่กวาดไปกว่า 4 ล้านคะแนนเสียง
ถ้าประเมินแบบคนประชาธิปัตย์นั่นคือ ฐานเสียงเดิมที่ถูกแย่งไป ‘ลุงตู่’ เป็นผู้ร้ายไปแย่งไอติมจากประชาธิปัตย์
สายเดิมประชาธิปัตย์ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ มาแค่ 3 คน แทบสูญพันธุ์ ดังนั้น สส.รุ่นใหม่ จึงไม่ใช่สายตรงพันธุ์แท้ของประชาธิปัตย์
จุดแตกหักของประชาธิปัตย์สายแท้ ก็คาดว่าหลังจาก ‘ลุงตู่’ ออกจากรวมไทยสร้างชาติแล้ว คะแนนเสียงที่หายไปก็จะกลับมาเหมือนเดิม เลยต้องรักษาบ้านไว้รอคนกลับมา
ส่วนประชาธิปัตย์สายใหม่ ก็มองว่า นี่คือเวลาล้างบ้าน ใช้จังหวะนี้เปลี่ยนแปลงพรรค ด้วยคนรุ่นใหม่ วิชามารแจกทัวร์ลาว ไม่ต้องเข้าประชุม จึงเกิดขึ้น แบบอย่างนี้ก็ได้หรือ? การประชุมเลือกหัวหน้าพรรคล้มไม่เป็นท่า 2 ครั้งที่ผ่านมา
ว่ากันว่า เราอาจได้นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ก่อนได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่
พรรคจัดตั้งรัฐบาลเองก็คงปวดหัว พรรคอื่นๆ สามารถระบุตัวคนเจรจาได้ว่า ต้องไปจับเข่าคุยกับใคร และสรุปกับใคร แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่รู้คุยกับใคร หรือคุยกับสายไหนในพรรค ที่จะจบได้
มีบางคนแนะนำว่าการเจรจากับพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงเวลานี้ ต้องคุยกับผู้ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในประชาธิปัตย์มาทุกยุคสมัย นั่นคือ ‘แม่พระธรณีบีบมวยผม’ หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์
สถานะ ‘รักษาการหัวหน้าพรรค’ เวลานี้พึ่งพาได้มากที่สุด ในพรรคประชาธิปัตย์




