'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมผู้สมัครสส.ของพรรคในภาคกลางว่า ขณะนี้เมื่อเราได้ปิดรับสมัครตามโครงการ 'สส.ที่ดีคุณเองก็เป็นได้นะ' มีผู้แสดงความจำนงขอเข้ามาเป็นจำนวนมาก ก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนกฎหมาย ในกระบวนการสรรหารับฟังความคิดเห็นจากบรรดาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด แต่ในส่วนกลางเราเปิดโอกาสให้มาทำกิจกรรม แสดงวิสัยทัศน์ แลกเปลี่ยน เพื่อที่จะเป็นข้อมูลประกอบเพิ่มเติมด้วย ก็พยายามเร่งรัดขั้นตอนให้เร็วที่สุด เพื่อให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ให้ทันกับการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าบางเขตมีผู้สมัครลงเลือกตั้ง 2 คน เราจะมีวิธีการคัดเลือกอย่างไร อภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีหลายเขตที่มีผู้แสดงความจำนงเข้ามามากกว่าหนึ่งคน บางเขต5-6 คนด้วยซ้ำแต่ก็เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนที่ที่กรรมการสรรหาได้วางเกณฑ์ไว้แล้ว เรื่องความรู้ความสามารถ อุดมการณ์ทางการเมืองประกอบกัน มันคงไม่มีสูตรตายตัว แต่จะพิจารณาให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์มากที่สุด มีเหตุผลที่จะอธิบายได้ สำหรับคนที่ไม่ได้รับการคัดเลือก หรือไม่สมหวัง เราจะเชิญชวนให้มาทำงานกับเราต่อในสถานะอื่น
กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศเขตเลือกตั้งใหม่ออกมา มีเขตเลือกตั้งในจังหวัดภาคใต้ อย่างนครศรีธรรมราช หายไป 1 เขต ได้มีการหารือกันอย่างไรนั้น ในแต่ละพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้มีการคาดการณ์ไว้แล้วพอทราบแนวโน้มของประชากร ทางรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบพื้นที่ในแต่ละภาคได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนสัญญาณการยุบสภาภายในปีนี้ ที่จริงไม่ได้มีความชัดเจนขนาดนั้น ดูนายกรัฐมนตรีจะวางเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปิดอภิปรายไม้ไว้วางใจเอาไว้ ก็ยังไม่ทราบว่าแต่ละพรรคจะตัดสินใจอย่างไร
"เราต้องทำให้พร้อมเร็วที่สุด พรรคประชาธิปัตย์มีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างน้อย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค สส.ที่อยู่กับเราในการเลือกตั้งครั้งหน้ามีจำนวนไม่มาก เราก็เร่งรัดแข่งขันทำงานกับเวลา"
เมื่อถามว่า หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้ จะยืนอยู่ฝั่งไหน อภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็นฝ่ายค้าน แต่ทาง 'ชัยชนะ เดชเดโช' สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประสานงานอยู่ เพราะเรามีข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องสแกมเมอร์ ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้น ขณะนี้การที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ได้ดำเนินการ 'เบน สมิธ' ถือว่าปปง.เห็นว่ามีความเชื่อมโยงความผิดมูลฐานต่างๆ ในส่วนที่เราได้ยื่นไป เป็นเรื่องการโยงใยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยบกับ 'เบน' หวังเห็นปปง.เดินหน้าต่อเลย เพราะเหตุผลเพียงพอแล้วที่จะใช้อำนาจของปปง.ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน รวมถึงการขยายผลไปสู่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
“ผมมีคำถามไปยังรัฐบาลว่า กรณีที่มีการตั้งอดีตที่ปรึกษา หรือทีมกฎหมายของนายเบน สมิธ มีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะให้คงตำแหน่งในรัฐบาลต่อไป ส่วนจะใช้เป็นประเด็นในการซักฟอกหรือไม่นั้น พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คุยกับฝ่ายค้านพรรคอื่น แต่ก็มีการรวบรวมประเด็นเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหลายไว้แล้ว“
— หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว




