ซัด ‘เฉลิมชัย’ ตระบัดสัตย์! สมาชิกทยอยลาออกทิ้ง ‘ปชป.’

11 ธ.ค. 2566 - 16:17

  • ‘ประชาธิปัตย์’ ป่วนไม่หยุด! สมาชิกทยอยลาออก หลัง ‘เฉลิมชัย’ นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

  • ซัดอุดมการณ์เปลี่ยน ตระบัดสัตย์ เสี้ยม สส.ให้กระด้างกระเดื่อง สร้างความแตกแยก

  • ขณะ ‘สาทิตย์’ เปิดใจรับไม่ได้ที่มา ‘กก.บห.ชุดใหม่’ บิดเบี้ยว-กินรวบ

Democrat_Party_members_gradually_resign_after_Chalermchai_sits_as_leader_SPACEBAR_Hero_fabc8d0edf.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ ท่ามกลางข้อกังขามากมาย จนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสมาชิกพรรคจำนวนไม่น้อยที่ทยอยตัดสินใจลาออกอย่างต่อเนื่อง

โดยบางคนได้ทำหนังสือลาออกตั้งแต่วันที่นายเฉลิมชัย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค อาทิ นายวิบูลย์ ศรีโสภณ ที่เป็นสมาชิกพรรคตลอดชีพตั้งแต่ 22 ธ.ค. 2541 ให้เหตุผลที่ตัดสินใจลาออก ระบุถึง 3 สาเหตุว่า 

1.อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนไป เน้นใช้เงินสร้างพรรค และ สส.ในสมาชิกพรรค 

2.หัวหน้าพรรคตระบัดสัตย์ ไม่รักษาคำพูด ไม่สามารถให้การเคารพได้อีกต่อไป 

และ3.หัวหน้าพรรคสร้างทัศนคติให้ สส.ในพรรคขาดความเคารพ กระด้างกระเดื่องกับอดีตหัวหน้าพรรค สร้างความแตกแยกในพรรค ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนตลอด 77-78 ปี

Democrat_Party_members_gradually_resign_after_Chalermchai_sits_as_leader_SPACEBAR_Photo01_29960a00fe.jpg

‘สาทิตย์’ เปิดใจรับไม่ได้ที่มา ‘กก.บห.ปชป.ชุดใหม่’ บิดเบี้ยว-กินรวบ ลั่นไม่ใช่จิตวิญญาณที่แท้จริง

ขณะที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยเหตุผลถึงการตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป.ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคระหว่างการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเปิดมิติใหม่คือลาออก แต่ไม่ไปอยู่ที่ไหนหรือสังกัดพรรคการเมืองใด โดยให้เหตุผลว่าหากอยู่ก็จะเป็นที่หวาดระแวงของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่

ซึ่งตนเองมองเหตุผลคือต้องการเปิดพื้นที่หรือเปิดทางให้ กก.บห.ชุดนี้ทำงานโดยไม่ต้องหวาดระแวงในตัวเอง ส่วนการตัดสินใจของตนเองเกิดขึ้นหลังจากที่เห็นกระบวนการตั้ง กก.บห.และมองว่ามันไปอย่างนี้ไม่ได้เพราะการเลือกตั้งในครั้งนี้มันแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา คือไม่ได้มีตัวแทนจากทุกกลุ่มที่เข้ามาจนกลายเป็นระบบพรรคพวก

“มันไม่ใช่จิตวิญญาณของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเป็นหรือที่พวกเรารู้จักมาตลอด ผมจึงต้องลาออกมาก่อนเพื่อแสดงให้รู้ว่าเราต้องการจิตวิญญาณพรรคที่แท้จริง และชี้ให้เห็นว่าจิตวิญญาณแบบนี้มันไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจไปไหนหรือทำอะไร เพียงแต่เราออกมาเพื่อจะถอยมาตั้งหลัก และดูเหตุการณ์ว่าพรรคจะดำเนินการไปอย่างไรต่อไป”

เมื่อถามถึงกรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุหากรักพรรคจริงต้องอยู่พรรคต่อเพื่อช่วยกันฟื้นฟูพรรค สาทิตย์ กล่าวว่า ขอย้อนกลับไปว่าหากรักพรรคจริงมันต้องไม่ทำแบบนี้มาตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าคนที่ลาออกไปหลายคนใน 2-3 วันนี้ เป็นลูกหม้อของพรรคที่อยู่มายาวนานทั้งนั้น

สำหรับตนเข้ามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่เป็นยุวประชาธิปัตย์ตอนเรียนมหาวิทยาลัย และเป็นกรรมการบริหารพรรคสาขาตรังตั้งแต่อายุครบเกณฑ์ และมาลงสมัคร สส.ตั้งแต่ปี 2538 ได้เป็น สส.ยาวนานตลอดมาถึงการเลือกตั้งครั้งที่แล้วทั้งหมด 7 สมัยร่วม 28 ปี หากนับรวมๆ แล้วตนอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มาถึง 40 กว่า ปี ซึ่งตนเชื่อว่าจะอีกหลายคนที่จะทยอยลาออกมีตามมาอีกจำนวนมาก

“ผมขอฝากถึงคนที่อยู่กับพรรคต่อไปว่า ต้องตั้งคำถามให้หนักว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันเกิดจากอะไร ขออย่าไปโทษคนอื่นว่าเขาไม่รักพรรคหรือไม่ห่วงพรรค ไม่ยอมไม่เข้ามาช่วยกันฟื้นฟู  มันต้องมองให้พ้นตัวเองออกไปว่าทำไมคนที่เขาอยู่กับพรรคมายาวนาน จึงพร้อมใจกันคิดแบบนี้ หากจะมองในมุมของตัวเองเท่านั้น หรือมองไม่ผ่านจุดนี้ได้ก็ยากที่จะฟื้นฟูพรรคขึ้นมาใหม่อีกครั้ง” สาทิตย์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์