ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาประมาณ 14.25 น. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 21 คน นัดแรก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 มี.ค.2569 เวลา 17.00 น. ที่รัฐสภา และก่อนที่จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค.2569 รวมถึงหารือถึงการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและทำงานตรวจสอบรัฐบาล
ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ แจ้งที่ประชุมให้ สส.ทุกคนมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียงที่พรรคฯ ในเวลา 13.00 น. เพื่อถ่ายรูปหมู่ร่วมกันก่อนจะเดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อเตรียมความพร้อมและร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ แจ้งต่อที่ประชุมด้วยว่า ในการประชุม สส. หลังจากนี้ ขอเพิ่มผู้ร่วมการประชุมอีก 2 คน คือ 1.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับการนำผลประชุมไปชี้แจงต่อสื่อมวลชน และ 2.ราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคฯ หรือตัวแทนที่ราเมศมอบหมาย เนื่องจากหลายเรื่องที่ที่ประชุม สส.หารือกัน คงจะอาศัยฝ่ายกฎหมายของพรรคฯ ช่วยพิจารณาด้วย
จากนั้น พงศกร แถลงหลังการประชุม สส. ว่า ที่ประชุมมีมติเลือกสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน สส.ของพรรคฯ และให้พิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช เป็นรองประธาน สส.คนที่ 1 และให้ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา เป็นรองประธาน สส.คนที่ 2 รวมถึงพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง เป็นเลขานุการที่ประชุม สส.
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการประชุมสภาฯ เพื่อลงมติเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ โดยขณะนี้ทราบว่าพรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ และจะเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นรองประธานสภาฯ ด้วย ดังนั้น ที่ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า เนื่องจากยังไม่มีพรรคอื่นเสนอชื่อบุคคลมาแข่งชิงตำแหน่งนี้อย่างเป็นทางการ จึงมีมติงดออกเสียง
เมื่อถามว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์งดออกเสียงนั้น จะเหมือนเป็นการสมานไมตรีกับฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ พงศกร กล่าวว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะถ้าเราเห็นด้วย ก็ต้องโหวตเห็นด้วย ซึ่งคาดการณ์ในสถานการณ์ที่อาจมีพรรคอื่นส่งแข่งด้วย อาทิ พรรคกล้าธรรม เราจึงมีมติเบื้องต้นว่าให้งดออกเสียง”
พงศกร กล่าวอีกว่า หลายคนอาจถามว่าพรรคประชาชนอาจมีการส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ด้วย แต่พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนจะไม่ส่งแข่งด้วย เพราะเคยประกาศแล้วว่าถ้าพรรคประชาชนเป็นอันดับ 2 จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง ดังนั้นผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภา ก็ต้องมาจากฝ่ายรัฐบาล และพรรคที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน จะต้องไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภาฯ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ เราจึงคิดว่าพรรคประชาชนคงไม่เสนอชื่อบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาฯ และทำตามคำพูดที่เคยหาเสียงเอาไว้
ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนระบุว่าจะเสนอชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์จะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไรนั้น พงศกร กล่าวว่า “ในที่ประชุมยังไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องการโหวตเลือกนายกฯ เพราะยังไม่ถึงวันเลือกนายกฯ เราทราบจากคำแถลงของรองโฆษกพรรคประชาชนที่ระบุถึงเรื่องนี้ แต่เราต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง แต่พรรคประชาชนเคยพูดไว้ชัดเจนตั้งแต่ในการเลือกตั้ง สส. แล้วว่าถ้าไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง เราจึงเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนจะทำตามนั้น”
สำหรับข้อสังเกตุกรณีที่พรรคประชาชนเสนอชื่อ ณัฐพงษ์ชิงตำแหน่งนายกฯ เพราะต้องการให้อภิสิทธิ์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาฯ พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับเรื่องนี้หรือไม่นั้น พงศกร กล่าวว่า “เราเห็นด้วย เพราะคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องถูกตรวจสอบโดยรัฐสภา และประชาชนจึงต้องการเห็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ รวมถึงแนวทางที่รัฐบาลจะทำให้ประเทศไทยให้ดีขึ้น”
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะประสานงานกับพรรคประชาชนอย่างไรในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือต่างฝ่ายต่างทำงาน พงศกร กล่าวว่า “เรามีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เพราะพรรคฝ่ายค้านคือพรรคที่ไม่ได้เชิญให้ร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ เราพร้อมพูดคุยกับทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคเล็ก แต่การทำงานไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำร่วมกันทุกเรื่อง แต่เราจะร่วมกันตรวจสอบรัฐบาลและเสนอกฎหมายที่สำคัญเข้าสู่สภาฯ”
ขอยืนยันว่าการลงมติของ สส.พรรคประชาธิปัตย์จะไปในทิศทางเดียวกัน และไม่คิดว่าจะมีการสวนมติพรรค แต่หากเกิดขึ้น ก็ต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรค พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นเอกภาพมาก ไม่มีก๊วน มีก๊ก มีแค่กลุ่มเดียวพร้อมทำมติพรรค
เมื่อถามว่าการลงมติของ สส.พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นไปในทางเดียวกับพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่นั้น พงศกร กล่าวว่า “คงไม่ เพราะการลงมติเป็นสิทธิของแต่ละพรรค เช่น การโหวตเลือกประธานสภาฯ เราไม่ได้หารือกับพรรคใด เรามีมติจากที่ประชุม สส.ของเราเอง ส่วนการโหวตร่างกฎหมายในอนาคตนั้น ถ้ากฎหมายใดเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับประชาชน เราก็พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย”
ชี้คดี ‘กฤตย์อิชย์’ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ออกหมายเรียกกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “คดีหลบเลี่ยงภาษี” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้และเป็นเรื่องการรับมรดกจากบิดา ซึ่งมีปัญหา และคิดว่าจะชำระภาษีให้ทั้งหมดอย่างถูกต้อง
เมื่อถามต่อไปว่ากรณีดังกล่าวอาจมีประเด็น “คดีอาญา” เพราะมีการปลอมเอกสารด้วยนั้น พงศกร กล่าวว่า “ต้องดำเนินการ และไม่มีการปิดกั้นการตรวจสอบ”
ส่วนที่ประชุม สส. ให้ กฤตย์อิชย์ ชี้แจงหรือไม่นั้น พงศกร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุม แต่สำหรับประเด็นนี้ต้องชำระภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง




