อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมา ที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘ตลาดนำการผลิต เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด’ สามารถสร้างเงินสร้างรายได้ให้ประเทศและเกษตรกร จากการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ กว่า 5 ล้านล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1.39 ล้านล้านบาท ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับ 13 ของโลก
อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 ภาคเกษตร มีสัดส่วนประมาณ 8.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม มีสัดส่วน 32.1% และภาคบริการ มีสัดส่วน 59.4% และ 30% ของครัวเรือนเกษตร อยู่ใต้เส้นความยากจน ติดกับดักหนี้สินเพราะความไม่แน่นอนของรายได้และราคาสินค้าเกษตร อีกทั้งการส่งออกสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้ามูลค่าต่ำ มีการแปรรูปสร้างมูลค่าน้อย ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เล็งเห็นว่า ภาคเกษตรคืออนาคตของประเทศจึงมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ‘เกษตรกรเข้มแข็ง เกษตรไทยแข็งแกร่ง’ จึงกำหนดเป้าหมายของนโยบายเกษตรภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก 2030’ ซึ่งมีเป้าหมายคือ
โดยต้องขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์เกษตร ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่
ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์เกษตรของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่
ทั้งนี้ จะสร้าง 5 ฐานใหม่ ให้กับเกษตรกรและภาคเกษตร ได้แก่
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนด 26 นโยบายสำคัญๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการยกระดับอัพเกรดภาคเกษตรสู่การบรรลุเป้าหมาย ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 ภาคเกษตร มีสัดส่วนประมาณ 8.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม มีสัดส่วน 32.1% และภาคบริการ มีสัดส่วน 59.4% และ 30% ของครัวเรือนเกษตร อยู่ใต้เส้นความยากจน ติดกับดักหนี้สินเพราะความไม่แน่นอนของรายได้และราคาสินค้าเกษตร อีกทั้งการส่งออกสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้ามูลค่าต่ำ มีการแปรรูปสร้างมูลค่าน้อย ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เล็งเห็นว่า ภาคเกษตรคืออนาคตของประเทศจึงมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ‘เกษตรกรเข้มแข็ง เกษตรไทยแข็งแกร่ง’ จึงกำหนดเป้าหมายของนโยบายเกษตรภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก 2030’ ซึ่งมีเป้าหมายคือ
- ประเทศไทยต้องเป็นมหาอำนาจอาหารโลก Top 10
- เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น 100%
- เพิ่ม GDP เกษตรเป็น 10%
โดยต้องขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์เกษตร ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่
- เปลี่ยนเกษตรกรยากจน เป็นเกษตรกรร่ำรวย
- เปลี่ยนเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรทันสมัยรายได้สูง
- เปลี่ยนเมืองเกษตร เป็นเมืองอาหาร
ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์เกษตรของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่
- ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต
- ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 5.0
- ยุทธศาสตร์ เกษตรปลอดภัย เกษตรกรรมยั่งยืน
- ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเกษตร
- ยุทธศาสตร์เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก
ทั้งนี้ จะสร้าง 5 ฐานใหม่ ให้กับเกษตรกรและภาคเกษตร ได้แก่
- สร้างฐานแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรใหม่ โดยเปลี่ยนเมืองเกษตร เป็นเมืองอาหาร ส่งเสริมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร 18 กลุ่มจังหวัด และเขตเศรษฐกิจเกษตร (Zoning) ทุกจังหวัด
- สร้างฐานรายได้ใหม่เป็นเกษตร 4 ประเภท คือ 1) เกษตรอาหาร 2) เกษตรพลังงาน 3) เกษตรท่องเที่ยว 4) เกษตรสุขภาพ
- สร้างฐานตลาดใหม่ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรด้วย 1) ตลาดออนไลน์ (E-commerce) ตลาดประมูลออนไลน์และออฟไลน์ 2) ขยายตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ 3) สร้างแต้มต่อด้วย FTA และ Mini-FTA ข้อตกลงการค้าเสรี
- สร้างฐานสินค้าใหม่ เช่น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เกษตรอินทรีย์ และอาหารฮาลาล (Halal Food) สร้างแบรนด์สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์
- สร้างฐานแปลงเกษตรใหม่ เช่น ยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ 10,000 แปลง และเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) 5 ล้านไร่
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนด 26 นโยบายสำคัญๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการยกระดับอัพเกรดภาคเกษตรสู่การบรรลุเป้าหมาย ได้แก่
- ต่อยอดโครงการประกันรายได้ จ่ายเงินส่วนต่าง เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด
- ยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ 3 ล้าน (พืช ประมง ปศุสัตว์)
- เติมทุนชาวนา 30,000 บาทต่อ 1 ครัวเรือน
- ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน เพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสุขภาพเด็กนักเรียน
- สนับสนุนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นอย่างน้อย 2,800 กลุ่ม กลุ่มละ 100,000 บาทต่อปี
- ธนาคารหมู่บ้านและธนาคารชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท ส่งเสริมสินเชื่อเงินออมชุมชน
- ปลดล็อก พ.ร.ก.ประมง ภายใต้กติกา IUU โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบจบใน 90 วัน จัดตั้งสภาการประมง และกองทุนประมง พัฒนาศักยภาพประมงพื้นบ้านประมงพาณิชย์ประมงนอกน่านน้ำและอุตสาหกรรมประมง
- ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี ออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้เกษตรกรในที่ดินของรัฐทุกประเภท กระจายการถือครองที่ดิน ปฏิรูปที่ดิน ธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน
- พัฒนาปศุสัตว์ครบวงจร ยกระดับกีฬาประเพณีท้องถิ่นสู่มาตรฐานใหม่ เช่น วัวลาน วัวชน ตีไก่ ประกวดนก
- ค่าตอบแทนอาสาสมัครเกษตร 1,000 บาทต่อเดือน
- แก้หนี้ แก้จน ปรับลดปลดหนี้พักหนี้ 4 ปีอย่างมีวินัย ปฏิรูป ธกส. ปฏิรูประบบสินเชื่อ-เงินฝาก-ดอกเบี้ย พัฒนากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและกองทุนเกษตรอื่นๆ
- จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหาร 18 กลุ่มจังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษทางการเกษตรทุกจังหวัด นิคมอุตสาหกรรมยาง (Rubber Valley) นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล
- ยกระดับศูนย์เทคโนโลยีเกษตร นวัตกรรม และเครื่องจักรกล (Agri-tech Innovation and Machine Center)
- พัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์ประมง และพันธุ์ปศุสัตว์เพื่อเพิ่มผลผลิตและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ยกระดับศูนย์ข้าวชุมชน
- ส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ เกษตรออนไลน์ เกษตรกรรมยั่งยืนตำบล เกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง เกษตรคาร์บอนต่ำเพิ่มรายได้ลดโลกร้อน
- พัฒนาโลจิสติกส์เกษตร เชื่อมเกษตรไทย เชื่อมตลาดโลก
- ประกันภัยพืชผล ประมง และปศุสัตว์
- ส่งเสริมพลังงานทดแทนทุกรูปแบบในภาคการเกษตร เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานชีวมวลและพลังงานแก๊สชีวภาพ ฯลฯ
- ส่งเสริมอาหารแห่งอนาคต เกษตรอินทรีย์และอาหารฮาลาล
- การบริหารจัดการน้ำมิติใหม่ ชลประทานอัจฉริยะ ขยายเขตชลประทานเป็น 50% พัฒนาแหล่งน้ำใหม่ ชลประทานตำบล ธนาคารน้ำใต้ดิน ระบบส่งน้ำแบบใหม่ เพิ่มแก้มลิงและสระน้ำในพื้นที่เกษตรของเกษตรกร
- ยกระดับการบริหารจัดการผลไม้และจัดตั้งมหานครผลไม้
- ส่งเสริมสถาบันเกษตรกรซื้อปุ๋ยตรง เพิ่มศูนย์บริการดิน-ปุ๋ยชุมชนหมู่บ้านตำบล ปุ๋ยสั่งตัด เพิ่มการผลิต ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก 5 ล้านตัน
- พัฒนาสหกรณ์ เพิ่มกองทุนพัฒนาสหกรณ์
- ส่งเสริมสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรรุ่นใหม่ แม่บ้านเกษตร สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี เกษตร อกม. และ ศพก. ยกระดับมาตรฐานวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเกษตร เพิ่มวิทยฐานะชำนาญเฉพาะทาง คุณวุฒิวิชาชีพเกษตรกรและการศึกษาการเกษตรมิติใหม่ พัฒนาวิทยาลัยประมง เดินเรือ เพาะเลี้ยง ปศุสัตว์ สัตวแพทย์ สัตวบาล
- โลจิสติกส์เกษตรและระบบห่วงโซ่ความเย็น เชื่อมเกษตรไทย เชื่อมตลาดโลก
- ปฏิรูปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นกระทรวงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยโครงการ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation)



