อัปเกรด! ‘ประชาธิปัตย์’ ชู 26 นโยบาย ดันเกษตรทันสมัย

27 เม.ย. 2566 - 15:53

  • ‘ประชาธิปัตย์’ ชู 26 นโยบาย อัปเกรดเกษตรทันสมัย

  • ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก 2030’

Democrat_Party_reveals_policy_to_push_modern_agriculture_SPACEBAR_Thumbnail_f4ba8c689e.jpeg
อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมา ที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘ตลาดนำการผลิต เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด’ สามารถสร้างเงินสร้างรายได้ให้ประเทศและเกษตรกร จากการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ กว่า 5 ล้านล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1.39 ล้านล้านบาท ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับ 13 ของโลก 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 ภาคเกษตร มีสัดส่วนประมาณ 8.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม มีสัดส่วน 32.1% และภาคบริการ มีสัดส่วน 59.4% และ 30% ของครัวเรือนเกษตร อยู่ใต้เส้นความยากจน ติดกับดักหนี้สินเพราะความไม่แน่นอนของรายได้และราคาสินค้าเกษตร อีกทั้งการส่งออกสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้ามูลค่าต่ำ มีการแปรรูปสร้างมูลค่าน้อย ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เล็งเห็นว่า ภาคเกษตรคืออนาคตของประเทศจึงมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ‘เกษตรกรเข้มแข็ง เกษตรไทยแข็งแกร่ง’ จึงกำหนดเป้าหมายของนโยบายเกษตรภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก 2030’ ซึ่งมีเป้าหมายคือ 
  1. ประเทศไทยต้องเป็นมหาอำนาจอาหารโลก Top 10 
  2. เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น 100% 
  3. เพิ่ม GDP เกษตรเป็น 10% 

โดยต้องขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์เกษตร ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ 
  1. เปลี่ยนเกษตรกรยากจน เป็นเกษตรกรร่ำรวย 
  2. เปลี่ยนเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรทันสมัยรายได้สูง 
  3. เปลี่ยนเมืองเกษตร เป็นเมืองอาหาร 

ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์เกษตรของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ 
  1. ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 
  2. ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 5.0 
  3. ยุทธศาสตร์ เกษตรปลอดภัย เกษตรกรรมยั่งยืน 
  4. ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเกษตร 
  5. ยุทธศาสตร์เกษตรฐานราก เกษตรฐานโลก

ทั้งนี้ จะสร้าง 5 ฐานใหม่ ให้กับเกษตรกรและภาคเกษตร ได้แก่ 
  1. สร้างฐานแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรใหม่ โดยเปลี่ยนเมืองเกษตร เป็นเมืองอาหาร ส่งเสริมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร 18 กลุ่มจังหวัด และเขตเศรษฐกิจเกษตร (Zoning) ทุกจังหวัด 
  2. สร้างฐานรายได้ใหม่เป็นเกษตร 4 ประเภท คือ 1) เกษตรอาหาร 2) เกษตรพลังงาน 3) เกษตรท่องเที่ยว 4) เกษตรสุขภาพ 
  3. สร้างฐานตลาดใหม่ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรด้วย 1) ตลาดออนไลน์ (E-commerce) ตลาดประมูลออนไลน์และออฟไลน์ 2) ขยายตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ 3) สร้างแต้มต่อด้วย FTA และ Mini-FTA ข้อตกลงการค้าเสรี
  4. สร้างฐานสินค้าใหม่ เช่น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เกษตรอินทรีย์ และอาหารฮาลาล (Halal Food) สร้างแบรนด์สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  5. สร้างฐานแปลงเกษตรใหม่ เช่น ยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ 10,000 แปลง และเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) 5 ล้านไร่ 

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนด 26 นโยบายสำคัญๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการยกระดับอัพเกรดภาคเกษตรสู่การบรรลุเป้าหมาย ได้แก่ 
  1. ต่อยอดโครงการประกันรายได้ จ่ายเงินส่วนต่าง เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด
  2. ยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ 3 ล้าน (พืช ประมง ปศุสัตว์) 
  3. เติมทุนชาวนา 30,000 บาทต่อ 1 ครัวเรือน 
  4. ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน เพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสุขภาพเด็กนักเรียน 
  5. สนับสนุนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นอย่างน้อย 2,800 กลุ่ม กลุ่มละ 100,000 บาทต่อปี  
  6. ธนาคารหมู่บ้านและธนาคารชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท ส่งเสริมสินเชื่อเงินออมชุมชน 
  7. ปลดล็อก พ.ร.ก.ประมง ภายใต้กติกา IUU โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบจบใน 90 วัน จัดตั้งสภาการประมง และกองทุนประมง พัฒนาศักยภาพประมงพื้นบ้านประมงพาณิชย์ประมงนอกน่านน้ำและอุตสาหกรรมประมง 
  8. ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี ออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้เกษตรกรในที่ดินของรัฐทุกประเภท กระจายการถือครองที่ดิน ปฏิรูปที่ดิน ธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน 
  9. พัฒนาปศุสัตว์ครบวงจร ยกระดับกีฬาประเพณีท้องถิ่นสู่มาตรฐานใหม่ เช่น วัวลาน วัวชน ตีไก่ ประกวดนก
  10. ค่าตอบแทนอาสาสมัครเกษตร 1,000 บาทต่อเดือน 
  11. แก้หนี้ แก้จน ปรับลดปลดหนี้พักหนี้ 4 ปีอย่างมีวินัย ปฏิรูป ธกส. ปฏิรูประบบสินเชื่อ-เงินฝาก-ดอกเบี้ย พัฒนากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและกองทุนเกษตรอื่นๆ 
  12. จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหาร 18 กลุ่มจังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษทางการเกษตรทุกจังหวัด นิคมอุตสาหกรรมยาง (Rubber Valley) นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล 
  13. ยกระดับศูนย์เทคโนโลยีเกษตร นวัตกรรม และเครื่องจักรกล (Agri-tech Innovation and Machine Center) 
  14. พัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์ประมง และพันธุ์ปศุสัตว์เพื่อเพิ่มผลผลิตและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ยกระดับศูนย์ข้าวชุมชน 
  15. ส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ เกษตรออนไลน์ เกษตรกรรมยั่งยืนตำบล เกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง เกษตรคาร์บอนต่ำเพิ่มรายได้ลดโลกร้อน  
  16. พัฒนาโลจิสติกส์เกษตร เชื่อมเกษตรไทย เชื่อมตลาดโลก 
  17. ประกันภัยพืชผล ประมง และปศุสัตว์ 
  18. ส่งเสริมพลังงานทดแทนทุกรูปแบบในภาคการเกษตร เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานชีวมวลและพลังงานแก๊สชีวภาพ ฯลฯ 
  19. ส่งเสริมอาหารแห่งอนาคต เกษตรอินทรีย์และอาหารฮาลาล 
  20. การบริหารจัดการน้ำมิติใหม่ ชลประทานอัจฉริยะ ขยายเขตชลประทานเป็น 50% พัฒนาแหล่งน้ำใหม่ ชลประทานตำบล ธนาคารน้ำใต้ดิน ระบบส่งน้ำแบบใหม่ เพิ่มแก้มลิงและสระน้ำในพื้นที่เกษตรของเกษตรกร 
  21. ยกระดับการบริหารจัดการผลไม้และจัดตั้งมหานครผลไม้ 
  22. ส่งเสริมสถาบันเกษตรกรซื้อปุ๋ยตรง เพิ่มศูนย์บริการดิน-ปุ๋ยชุมชนหมู่บ้านตำบล ปุ๋ยสั่งตัด เพิ่มการผลิต ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก 5 ล้านตัน 
  23. พัฒนาสหกรณ์ เพิ่มกองทุนพัฒนาสหกรณ์  
  24. ส่งเสริมสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรรุ่นใหม่ แม่บ้านเกษตร สตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี เกษตร อกม. และ ศพก. ยกระดับมาตรฐานวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเกษตร เพิ่มวิทยฐานะชำนาญเฉพาะทาง คุณวุฒิวิชาชีพเกษตรกรและการศึกษาการเกษตรมิติใหม่ พัฒนาวิทยาลัยประมง เดินเรือ เพาะเลี้ยง ปศุสัตว์ สัตวแพทย์ สัตวบาล 
  25. โลจิสติกส์เกษตรและระบบห่วงโซ่ความเย็น เชื่อมเกษตรไทย เชื่อมตลาดโลก 
  26. ปฏิรูปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นกระทรวงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยโครงการ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation)

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์