‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำดีลร่วมรัฐบาลให้รอมติพรรค ลั่นต้องไม่ขัดอุดมการณ์

5 ส.ค. 2566 - 15:04

  • ‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำยังไม่คุย ‘เพื่อไทย’ ดีลจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอมติพรรคก่อน

  • ชี้จะร่วมงานกับใครต้องไม่ขัดอุดมการณ์

  • แจงปัจจัยประกอบการพิจารณา จะคำนึงถึงการต่อสู้ระหว่าง 2 พรรค และปมตรวจสอบทุจริต

Democrat_Party_said_coalition_deal_had_to_wait_the_party_consensus_SPACEBAR_Thumbnail_47553a2b7e.jpeg
ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงกรณีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส.ของพรรคทั้ง 25 คน เพื่อคัดค้านการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกพรรคและประชาชน ไม่ว่าจะสื่อสารมาทางช่องทางใดก็ตาม ในฐานะที่เป็นสถาบันทางการเมือง พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนทุกเสียงเพื่อนํามาประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ของพรรค ส่วนกระแสข่าวการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นั้นยืนยันว่า คณะกรรมการบริหารพรรคยังไม่มีการมอบหมายบุคคลใดให้ไปเจรจากับพรรคการเมืองอื่น  
  
"ในฐานะที่เราเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งไปตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะหากจะร่วม คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องมีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดท่าที จากนั้น จึงจะมอบหมายบุคคลให้เป็นพูดคุย แล้วคณะกรรมการบริหารพรรคจะนำผลการพูดคุยมาประชุมกับ ส.ส.ทั้ง 25 คนของพรรค ว่าจะมีมติให้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ ยังไม่มีการพูดคุยกัน" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ 
  
พร้อมกันนี้ ย้ำว่ายังไม่มีการติดต่อกับพรรคเพื่อไทย ตามที่มีกระแสข่าว และเรื่องนี้อาจเป็นความเห็นส่วนตัว ทั้งนี้ ใครจะมีการไปพูดคุยติดต่อกับใครในการร่วมรัฐบาลนั้นไม่ใช่มติพรรค ความชัดเจนที่สุดคือต้องรอมติที่ประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรคและ สส. ส่วนหากพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จะเจอวิกฤตศรัทธาหรือไม่นั้น ราเมศ ระบุว่า ไม่สามารถตอบเรื่องของอนาคตได้ เพราะต้องมีความชัดเจนก่อนว่าใครจะเป็นรัฐบาล หรือใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ ยังไม่มีความชัดเจน แต่อุดมการณ์ของแต่ละพรรคชัดเจน  
  
“การต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมา จะเห็นว่าแต่ละพรรคมีอุดมการณ์อย่างไรบ้าง ซึ่งย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว พรรคบางพรรคไม่ใยดีกับหลายเรื่อง แต่หากมีการตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่ง ก็ต้องมีการประชุมร่วมกัน ด้วยความเป็นสถาบันทางการเมือง ตนเองไม่มีความกังวล เรายอมรับว่าแพ้การเลือกตั้งรอบนี้ แต่การยอมรับผลเลือกตั้ง ก็จะต้องมีวิธีการที่จะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้พรรคมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น สำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคต่อพรรค การตรวจสอบการทุจริตโครงการต่างๆ ก็จะเป็นผลประกอบการพิจารณาของสมาชิกพรรคว่าจะไปร่วมกับพรรคการเมืองใด ตรงกับอุดมการณ์ของพรรคหรือไม่” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ 
  
เมื่อถามยํ้าว่า หากร่วมกับพรรคเพื่อไทย จะสามารถชี้แจงได้ใช่หรือไม่ ราเมศ ก็ยืนยันว่าตนเองไม่สามารถตอบได้ เพราะเพียงกรรมการบริหารพรรคหนึ่งเสียง จึงไม่สามารถตอบเรื่องของการร่วมรัฐบาลได้ ต้องมีข้อยุติเป็นมติพรรคก่อน และเมื่อมติพรรคเป็นอย่างไร เชื่อว่าทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์