‘ปชป.’ ชูนโยบายลุยแก้ปัญหายาเสพติด

4 พ.ค. 2566 - 17:33

  • ‘ประชาธิปัตย์’ ประกาศจุดยืนนโยบายยาเสพติด ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’

  • ปรับปรุงกระบวนการลดโทษหลังคำพิพากษา

  • ผู้ผลิต–ผู้ค้าให้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย

Democratic_Party_reveals_policy_to_solve_drug_problems_SPACEBAR_Thumbnail_237f115edc.jpeg
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัคร ส.ส. เขตหลักสี่ จตุจักร เบอร์ 14 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ประพฤติ ฉัตรประภาชัย ผู้สมัคร ส.ส. เขตวังทองหลาง บางกะปิ เบอร์ 1 และ ธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางเขน จตุจักร หลักสี่ เบอร์ 5 ร่วมกันแถลงถึงจุดยืนของพรรคฯ ในนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  
  
โดย พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า จากปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามที่กระทบต่อชีวิต สังคม และประเทศอย่างรุนแรง พรรคประชาธิปัตย์จึงจัดทำโครงการ ฟัง-คิด-ทำ เพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน และพบว่าปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่ง ดังนั้น พรรคฯ จึงมีนโยบาย “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่เอายาเสพติด และไม่สนับสนุนกัญชาเสรี” พร้อมๆไปกับนโยบายปราบทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดวิกฤตชาติ และสาเหตุที่ 2 นโยบายดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะส่วนหนึ่งของปัญหายาเสพติด เกิดจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้น หากสามารถแก้ปัญหายาเสพติดและปัญหาทุจริตได้ ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน 
  
พล.ต.ต.วิชัย ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ติดยาเสพติดประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งทำให้มีการใช้สิ่งเสพติด จำพวก ยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน และอื่นๆ มากกว่า 3 ล้านเม็ด คิดเป็นการมูลค่าความสูญเสียกว่า 300 ล้านบาทต่อวัน ปีละไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท ยังไม่รวมถึงงบประมาณสำหรับการป้องกัน-ปราบปราม-บำบัดรักษา  
  
ดังนั้น ด้วยนโยบาย “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่เอายาเสพติด และไม่สนับสนุนกัญชาเสรี” จึงมีความจำเป็นต้องเริ่มต้นการแก้ไข ตั้งแต่การเจรจากับต่างประเทศ การสกัดการส่งออกสารตั้งต้น เพิ่มอำนาจสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้มีอำนาจสืบสวนสอบสวน-ทำสำนวนเพื่อส่งอัยการฟ้องศาลได้ นอกจากนี้ จะต้องมีการจัดตั้งและปรับปรุงสถานบำบัดในทุกจังหวัด โดยมีกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบหลัก เพื่อให้เกิดกระบวนการสำหรับรักษา เยียวยา ฟื้นฟู และบำบัดสุขภาพของผู้ติดยาเสพติด ให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ส่วนแนวทางในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน จำเป็นที่จะต้องกำหนดกรอบโทษของผู้กระทำผิด ซึ่งทั้งผู้กระทำ ผู้สนับสนุน ผู้ช่วยเหลือ ต้องได้รับโทษสูงสุดเท่ากัน  
  
“พรรคประชาธิปัตย์ มีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหายาเสพติดให้กับพี่น้องประชาชน ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่พรรคได้ ฟัง-คิด-ทำ จะเกิดประโยชน์ได้ หากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 ให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายจนประสบความสำเร็จได้ต่อไป” พล.ต.ต.วิชัย กล่าว  
  
ด้าน ประพฤติ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายที่จะเสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันให้นโยบายพรรคนำไปสู่การปฏิบัติ ปัญหาส่วนหนึ่งของยาเสพติด มาจากกระบวนการหลังคำพิพากษา แม้ประเทศไทยจะมีโทษประหารชีวิต และศาลตัดสินประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตไปแล้ว แต่ผู้กระทำผิดเหล่านั้น เกินครึ่งหนึ่งไม่ได้ถูกประหาร หรือไม่ได้ถูกจำคุกตามระยะเวลาที่ศาลพิพากษา เพราะมีกระบวนการลดโทษหลังคำพิพากษา ซึ่งส่วนตัวมองว่ากระบวนการดังกล่าว อาจมีผลต่อความศักดิ์สิทธิ์ของโทษตามกฎหมายลดลง  
  
ดังนั้น นโยบาย “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่เอายาเสพติด และไม่สนับสนุนกัญชาเสรี” จะเป็นนโยบายที่ผลักดันให้กระบวนการลงโทษ เป็นไปตามบทลงโทษสูงสุดตามคำพิพากษา นอกจากนี้ จะต้องมีสนธิสัญญา หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดอำนาจต่อรอง และสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังในเรื่องยาเสพติด ป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและสารตั้งต้นจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเสนอให้ปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ร้ายข้ามแดนให้ทันสมัย เพื่อป้องกันการหลบหนีข้ามแดนของผู้กระทำผิด 
  
“พรรคประชาธิปัตย์จะผลักดันให้เกิดการบังคับกฎหมายใช้อย่างเต็มที่ ถ้ากฎหมายไม่ถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่ ก็ไม่ต่างอะไรกับกระดาษเปื้อนหมึก ดังนั้นบ้านเมืองสงบต้องจบที่กฎหมาย” ประพฤติ กล่าว  
  
ขณะที่ ธีรวิทย์ กล่าวว่า นโยบายที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหายาเสพติดอีกนโยบายหนึ่งคือ นโยบายด้านการศึกษา เมื่อการศึกษาดี จะทำให้ปากท้องดี คุณภาพชีวิตดี พรรคประชาธิปัตย์ จึงมีนโยบาย “เรียนฟรี ถึงระดับปริญญาตรี ในสาขาที่ตลาดต้องการ” และตนในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย จึงต้องการผลักดันกีฬาตั้งแต่ระดับชุมชน เพื่อลดปัญหายาเสพติดและสนับสนุนให้เยาวชนในชุมชนได้เล่นกีฬากันทุกคน 
  
“เพื่อให้เกิดการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน กาเลือกทั้งคนและพรรค ทั้งบัตรสีม่วง เลือกผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตของประชาธิปัตย์ และบัตรสีเขียว เลือกเบอร์ 26 พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 2 ใบ” ธีรวิทย์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์