‘สมคิด’ ยัน ‘กกต.-เพื่อไทย’ ตรวจสอบคุณสมบัติ ‘ชาญ’ ครบถ้วน

3 ก.ค. 2567 - 11:14

  • รอฟังคำตัดสินของศาล ! ‘สมคิด’ มองกรณี ‘ชาญ’ เคยมี สส.ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เชื่อ ‘กกต. - เพื่อไทย’ ตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วน

Deputy_Secretary_to_the_Prime_Minister_gives_an_interview_in_the_case_of_buying_a_position_SPACEBAR_Hero_85cdd824f3.jpg

‘สมคิด เชื้อคง’ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณี **‘ชาญ พวงเพ็ชร์’ ** ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี(อบจ.) ถูกร้องเรียนเรื่องทุจริตและศาลรับฟ้องแล้ว จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ว่า กรณีแบบนี้เคยเกิดเหตุที่สภามาแล้ว ซึ่งมี สส.ของพรรคเพื่อไทยถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง และปรากฎว่าหลังยุบสภามีการเลือกตั้งใหม่ สส.คนดังกล่าวก็สามารถลงรับสมัครได้อีกครั้ง  

โดยนักกฎหมายสภา ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ เคยได้สอบถามไปว่าหากได้เป็น สส.อีกจะปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ ซึ่งนักกฎหมายท่านนั้นก็บอกว่าคนละขั้นตอนกัน ตำแหน่งเดิมถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ตำแหน่งใหม่ที่ได้มาก็ต้องว่ากันใหม่ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของสภาเคยให้คำแนะนำมาแบบนี้ และอดีตสส.คนดังกล่าว จึงไปลงสมัครเลือกตั้ง แต่ไม่ได้รับเลือก จึงไม่มีปัญหา  

ส่วนกรณีของชาญ เข้าใจว่าน่าจะเข้ากับเคสนี้ คือต้องรับรองแล้วศาลจะหยุดสั่งปฏิบัติหน้าที่อีกหรือไม่ก็ได้  แต่ในความเห็นของส่วนตัว ชาญผ่านการเลือกตั้งแล้วก็สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนศาลจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

เมื่อถามว่า ทางเลขาธิการกฤษฎีกาออกมาบอกว่าชาญ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ หากมีการรับรองตำแหน่ง สมคิด กล่าวว่าเป็นแนวความคิดเห็นหนึ่ง  แต่พรรคเพื่อไทยคุยกันอีกแนวทางหนึ่งว่าให้ไปปฏิบัติหน้าที่ แล้วรอศาลสั่งหยุดหรือไม่เพราะถึงอย่างไร ส่วนตัวคิดว่ามีคนไปร้องอยู่แล้ว กรณีนี้มีแค่ 2 เรื่องคือหยุดโดยอัตโนมัติ หรือศาลสั่งหยุด  

เมื่อถามว่าในเรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบมาดีแล้วใช่หรือไม่สมคิด กล่าวว่าเท่าที่สอบถามและดูรายละเอียดแล้ว รวมถึง ‘สรวงศ์ เทียนทอง’ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็ยืนยันแล้วว่าดูละเอียดดีแล้ว ว่ามันตำแหน่งคนละตอนกัน 

เมื่อถามว่าหากสุดท้ายแล้วชาญ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะส่งผลเสียต่อพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อย่างไร สมคิดกล่าวว่า ต้องแล้วแต่ศาลสั่ง ซึ่ง หากชาญหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีรองนายก อบจ. ที่สามารถทำงานต่อได้ หรือหากไม่มีรองนายกอบจ.ก็เป็นปลัด อบจ.ที่จะบริหารงานต่อได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด 

เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวชาญรู้อยู่แล้ว ว่าไม่มีสิทธิ์แต่ยังไปสมัครใช่หรือไม่ สมคิด เชื่อว่ากกต.ได้ตรวจอย่างละเอียด และยืนยันว่าคุณสมบัติชาญ ไม่มีปัญหา แต่ตัวคำสั่งศาลตนไม่แน่ใจ   

พร้อมกันนี้ ได้ให้สัมภาษณ์กรณีมีเพจแอบอ้างว่า เป็นคณะทำงานของรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสามารถออกบัตรเข้า-ออก ทำเนียบรัฐบาลได้ โดยมีค่าใช้จ่าย 60,000 บาท ว่า เรื่องนี้เกิดจากที่ตนเคยออกบัตรให้บุคคลหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ประสานงานกับพรรคเพื่อไทย แต่มีการนำบัตรดังกล่าวไปอวดในกลุ่มไลน์ของมูลนิธิหนึ่ง 

ซึ่งจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เกิดจากการซื้อขายใบปริญญา จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ในราคา 200,000 บาท ซึ่งก็มีการถกเถียงเรื่องของราคาที่ไม่เท่ากัน จากนั้น ก็มีการพูดถึงอีก 1 ตำแหน่งหากต้องการทำงานในทำเนียบรัฐบาล เป็นทีมงานของรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนแรกไม่ติดใจ แต่ปรากฏว่าด้านล่างของแชทมีรูปของตนโดยตรง จึงขอดำเนินคดีตามกฎหมายกับเจ้าของเพจ ซึ่งก็คือ คุณต้นอ้อ โดยทีมกฏหมายของตนจะเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในช่วงบ่ายของวันนี้ 

สมคิด กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าเขาเกี่ยวข้องกันหรือไม่แต่การแจ้งความ ก็เพื่อให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และได้รับการตรวจสอบ ว่าใครถูกใครผิด

"ยืนยันว่าผมไม่เคยมีเรื่องการซื้อขายตำแหน่งใดๆเพราะไม่กล้าทำ และไม่มีใครกล้าทำด้วย ยิ่งทำงานในทำเนียบรัฐบาลแบบนี้ ยิ่งต้องระมัดระวัง คนที่เอาชื่อผมไปอ้าง ผมก็รู้จักเขา เพราะเคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน ทุกคนก็รู้หมดว่าเป็นใคร เมื่อคืนนี้ คุณต้นอ้อ เป็นหนึ่ง โทรมาขอโทษแล้ว รวมถึงมีการโพสต์ขอโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขอย้ำว่าผมไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว และไม่ทราบว่าเขานำเบอร์มาจากใคร แต่จากที่ได้อ่านข้อความทั้งหมดแล้ว แม้จะขอโทษ แต่ทีมกฎหมายบอกว่า ไม่แจ้งความดำเนินคดีคงไม่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะเหมือนกับเรารู้เห็น และเขาจะไปทำกับคนอื่นได้ ส่วนใครจะผิดหรือถูกผมไม่รู้"

สมคิด กล่าว

สมคิด ยังดังกล่าวต่อได้ว่า วันนี้ได้ทำหนังสือยกเลิกบัตรเข้าออกเข้าออกทำเนียบ ของคณะทำงานทั้งหมด 14 คน ไม่อยากไปเช็คว่าใครดีใครเลว เอาเป็นว่าใครอยากมาพบอยากมาประสานงาน จะไม่ให้บัตรอีกแล้ว ไปแลกเอา เพราะไปใช้บัตรในทางที่ไม่ถูก ไม่ตรงกับเจตนาในการทำงาน  

ส่วนคนที่นำบัตรไปอวดจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างในเรื่องนี้หรือไม่ตนยังไม่ทราบ แต่เห็นหน้าชัดเจนใน LINE กลุ่ม และเจ้าตัวก็มาชี้แจงว่าถูกแอบอ้างเหมือนกัน ก็ต้องไปต่อสู้กันในชั้นคดี  

สมคิด กล่าวว่าส่วนเรื่องการซื้อขายใบปริญญา ตนไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งทางคุณต้นอ้อ แจ้งว่า เดี๋ยวจะเป็นคนแฉเอง จะระบุว่าอยากทำดีกับสังคมไม่มีใครห้าม แต่อย่าให้มีเรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะมันกระทบกับคนอื่น ตนก็ไม่รู้อีโหน่อีแหน่ก็ต้องมาได้รับผลกระทบด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์