วิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รับผิดชอบภาคอีสาน เปิดเผยว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคฯ ว่า ป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก ล่าสุด ในวันนี้ ที่จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งเดียว ป้ายถูกทำลายกว่า 200 ป้าย โดยเฉพาะป้ายที่มีรูปหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จึงได้ให้ผู้สมัครฯ ทุกคนไปร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวนในสถานีที่เกิดเหตุ
“ผมขอส่งสัญญาณไปยัง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย การทำลายป้ายถือเป็นความผิดทางอาญา แม้จะยอมความกันได้ แต่ตำรวจต้องติดตามตัวคนทำลายมาให้ได้ จะปล่อยให้เกิดสภาพแบบนี้ไม่ได้ ตำรวจต้องเอาจริงเอาจัง ถ้าจับได้ว่าเป็นคนของพรรคใดพรรคหนึ่งทำลาย ตำรวจก็ต้องส่งเรื่องให้ กกต.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าจะบอกลมพัดป้ายล้มก็อาจจะล้มได้ แต่ถนนเส้นหนึ่งป้ายของพรรครวมไทยสร้างชาติล้มทั้งหมด ขณะที่ไปป้ายพรรคการเมืองอื่นไม่ล้มไม่ถูกทำลาย จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของลม แต่เป็นลมโมโห ตั้งใจจะทำลายมากกว่า” นายวิทยากล่าว
วิทยา เผยด้วยว่า ป้าย พล.อ.ประยุทธ์ ถูกทำลายมากกว่าพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี เป็นการส่งสัญญาณว่า คู่ต่อสู้เริ่มเกรงกลัวคะแนนของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไล่ตามมาอย่างมีนัยยะสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องนี้ไม่มีความคืบหน้าจากตำรวจ ในสัปดาห์หน้าจะรวบรวมใบแจ้งความ ในแต่ละเขตเลือกตั้ง นำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง
ส่วนที่จังหวัดสมุทรปราการ เกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่รถหาเสียงของ ประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคเพื่อไทย บริเวณซอยร่มเย็นนิเวศน์ ก่อนที่พนักงานขับรถประชาสัมพันธ์หาเสียง จะแจ้งตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมหลักฐานเป็นเอกสารบัตรประชาชน ใบขับขี่ ยารักษาโรค ใบนัดพบแพทย์สถาบันจิตเวชศาสตร์ และระเบิดปิงปองแบบไทยประดิษฐ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบในเวลาต่อมาจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐาน
จากการสอบสวน ทราบว่า บุคคลต้องสงสัยก่อเหตุ เป็นชายอายุ 46 ปี และให้การอ้างว่า เป็นหัวคะแนนให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งมีความตั้งใจที่จะปาระเบิดรถหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว, ทำให้เสียทรัพย์, พยายามทำร้ายร่างกาย, ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงในที่สาธารณะ และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหา พยายามทำลายหลักฐาน ก่อนประสาน กกต.จังหวัด ต่อไป
ด้าน ประชา เรียกร้องตำรวจสอบสวนในเชิงลึกึก ว่าบุคคลต้องสงสัยป่วยจิตเวชจริงหรือไม่ เนื่องจากยังมีความสามารถในการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมระบุว่า หากเจ้าตัวเป็นหัวคะแนนให้พรรคการเมืองจริง ก็ขอร้องให้พรรคการเมืองหยุดการกระทำลักษณะนี้ เพราะควรเอาชนะกันที่นโยบายจะดีกว่า
“ผมขอส่งสัญญาณไปยัง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย การทำลายป้ายถือเป็นความผิดทางอาญา แม้จะยอมความกันได้ แต่ตำรวจต้องติดตามตัวคนทำลายมาให้ได้ จะปล่อยให้เกิดสภาพแบบนี้ไม่ได้ ตำรวจต้องเอาจริงเอาจัง ถ้าจับได้ว่าเป็นคนของพรรคใดพรรคหนึ่งทำลาย ตำรวจก็ต้องส่งเรื่องให้ กกต.เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าจะบอกลมพัดป้ายล้มก็อาจจะล้มได้ แต่ถนนเส้นหนึ่งป้ายของพรรครวมไทยสร้างชาติล้มทั้งหมด ขณะที่ไปป้ายพรรคการเมืองอื่นไม่ล้มไม่ถูกทำลาย จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของลม แต่เป็นลมโมโห ตั้งใจจะทำลายมากกว่า” นายวิทยากล่าว
วิทยา เผยด้วยว่า ป้าย พล.อ.ประยุทธ์ ถูกทำลายมากกว่าพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี และอุดรธานี เป็นการส่งสัญญาณว่า คู่ต่อสู้เริ่มเกรงกลัวคะแนนของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไล่ตามมาอย่างมีนัยยะสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องนี้ไม่มีความคืบหน้าจากตำรวจ ในสัปดาห์หน้าจะรวบรวมใบแจ้งความ ในแต่ละเขตเลือกตั้ง นำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง
ส่วนที่จังหวัดสมุทรปราการ เกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่รถหาเสียงของ ประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคเพื่อไทย บริเวณซอยร่มเย็นนิเวศน์ ก่อนที่พนักงานขับรถประชาสัมพันธ์หาเสียง จะแจ้งตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมหลักฐานเป็นเอกสารบัตรประชาชน ใบขับขี่ ยารักษาโรค ใบนัดพบแพทย์สถาบันจิตเวชศาสตร์ และระเบิดปิงปองแบบไทยประดิษฐ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พบในเวลาต่อมาจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐาน
จากการสอบสวน ทราบว่า บุคคลต้องสงสัยก่อเหตุ เป็นชายอายุ 46 ปี และให้การอ้างว่า เป็นหัวคะแนนให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งมีความตั้งใจที่จะปาระเบิดรถหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว, ทำให้เสียทรัพย์, พยายามทำร้ายร่างกาย, ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงในที่สาธารณะ และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหา พยายามทำลายหลักฐาน ก่อนประสาน กกต.จังหวัด ต่อไป
ด้าน ประชา เรียกร้องตำรวจสอบสวนในเชิงลึกึก ว่าบุคคลต้องสงสัยป่วยจิตเวชจริงหรือไม่ เนื่องจากยังมีความสามารถในการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมระบุว่า หากเจ้าตัวเป็นหัวคะแนนให้พรรคการเมืองจริง ก็ขอร้องให้พรรคการเมืองหยุดการกระทำลักษณะนี้ เพราะควรเอาชนะกันที่นโยบายจะดีกว่า



