เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สาธารณสุข) แถลงโต้กรณีสื่อมวลชนบางสำนักพาดพิงเกี่ยวข้องกับประเด็นจริยธรรมต่างๆ ว่า สำหรับข้อกล่าวหาว่าตนพัวพันธ์กับนายเตียว วุย ฮวด หรือ ‘โทนี่ เตียว’ ว่าเขาเป็นนักธุรกิจใหญ่มาจากมาลาเซีย แล้วเข้ามาอยู่ในจังหวัดสงขลาร่วม 10 ปี ลงทุนเป็นพันล้านบาท ทั้งแม่ทัพภาค4 ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายอำเภอสะเดา ก็ไปอำนวยความสะดวก
เดชอิศม์ กล่าวว่า ตนเป็นคนสงขลา เมื่อนักธุรกิจมาลงทุนก็มีหน้าที่อำนวยความสะดวก แต่เราก็มีเงื่อนไขว่าต้องมาอย่างถูกกฎหมาย ไม่กระทำผิดกฎหมายไทยใดๆ ทั้งนี้ นายโทนี่ เตียวรู้จักกับตนเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เขาไปบวช ตนก็ไปร่วมพิธีบวชด้วยตามวิญญูชนคนสงขลาทั่วไป ดังนั้น ตนและนายโทนี่ เตียวไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ภายหลังทราบว่าเขาทำผิดกฎหมายที่ประเทศจีน วันนี้จึงถูกจับแล้วส่งตัวไปประเทศจีน ถ้าทำผิดกฎหมายไทย ไทยจะส่งตัวไปจีนไม่ได้ แต่จะต้องรับโทษในประเทศไทยก่อน
เดชอิศม์ กล่าวว่า ส่วนข้อกล่าวหาใน ป.ป.ช.นั้น ตนเพิ่งไปเช็คข่าวว่าเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อปี55 ซึ่งขณะนั้นไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ จึงสงสัยว่าส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.ได้อย่างไร และทราบว่าผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีโดนสั่งฟ้องไปหมดแล้ว แต่ชื่อตนอาจไปอยู่ในกลุ่มไลน์ผู้ต้องหา เขาก็ส่งรายชื่อเหล่านี้ไปตรวจสอบ และตนได้ทำหนังสือไปยัง ป.ป.ช. ขอให้ส่งรายละเอียดมาให้ด้วย โดยทาง ป.ป.ช.ตอบกลับว่าอยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นยังไม่สามารถส่งข้อมูลให้ได้
เดชอิศม์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ยืนยันว่าไม่เคยต้องคดีอาญาใดๆ ไม่ว่าจะฆ่าคนตาย ค้ายาเสพติด เพราะถ้ามีคดีเหล่านี้จะต้องมีหมายเรียกหรือหมายจับ ต้องรายงานตัว พิมพ์ลายนิ้วมือ ชีวิตตนมีคดีเดียว คือคดีการเลือกตั้งที่นายนวพล บุญญามณี เป็นผู้ฟ้อง สมัยเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา สุดท้ายศาลยกฟ้อง เพราะฉะนั้นอยากฝากถึงสื่อมวลชน จริยธรรมนักการเมืองก็สำคัญแต่จริยธรรมของสื่อมวลชนก็เป็นเรื่องสำคัญมาก
“ผมมีลูก มีภรรยา มีเพื่อนฝูง ผมมาจากการเลือกตั้งของประชาชน พี่น้องชาวสงขลาเลือกมาเป็นอันดับหนึ่งทั้ง 2 สมัยติดต่อกัน เพราะฉะนั้นถ้าผมเกี่ยวพันในลักษณะนี้พี่น้องที่เลือกผมก็เสียหายไปด้วย ครอบครัวผมก็เสียหายยับเยินอยู่แล้ว อยากชี้แจงว่าไม่เคยเกี่ยวข้องอะไรใดๆ เลย ขอพูดตรงนี้คนค้ายาเสพติดเป็นคนชั่วช้าสามานย์ คบไม่ได้ แต่คนที่ไม่ค้ายาถูกคนใดคนหนึ่ง สื่อสำนักใดสำนักหนึ่งทำให้คนเข้าใจว่าค้ายา คนพวกนี้เลวร้ายกว่าผู้ค้ายาเสียอีก เพราะเป็นการทำร้ายคนและสังคม ตรงนี้ผมขอความยุติธรรมด้วย เพราะผมไม่เคยเกี่ยวข้องและไม่มีด้วย” เดชอิศม์ กล่าว
เมื่อถามว่า ป.ป.ช.เคยเรียกไปให้ข้อมูลหรือไม่ เดชอิศม์ ยืนยันว่าไม่เคยไป ป.ป.ช. หรือแม้แต่ดีเอสไอหรือขึ้นโรงพัก ในชีวิตโดนฟ้องคดีเดียวตามที่กล่าวข้างต้น แต่สุดท้ายก็ยกฟ้องไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเบื้องหลังหรือไม่ เดชอิศม์ กล่าวว่า เชื่อว่ามีขบวนการอยู่ข้างหลัง เพราะจ้องมาที่ตนและนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป. เป็นพิเศษ
เมื่อถามถึงกรณีหลังส่งรายชื่อรัฐมนตรีให้ตรวจสอบ สำนักงานกฤษฎีกาตอบกลับหรือไม่ อย่างไร เดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่ได้ตอบกลับ ตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรเลย แต่สังคมมองตนไม่ดีเลย
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป เดชอิศม์ กล่าวว่า ต้องดูว่ากรณีใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตนก็ต้องรักษาสิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง
เมื่อถามเสริมว่าหากฟ้องคดีจะฟ้องตัวนักข่าวหรือสำนักข่าว เดชอิศม์ กล่าวว่า ตนสงสารนักข่าวบางคนบางทีเขาไม่ใช่คนชั่ว แต่เขาถูกให้ชั่วโดยเจ้านายสั่ง แต่บางคนก็ชั่วโดยสันดานก็มีเช่นกัน หากเขาไม่มีเจตนาชั่วจริง ตนก็ไม่ต้องการฟ้องใคร
นอกจากนี้ เดชอิศม์ ยืนยันว่าพรรคส่งชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีไปเพียง 2 คน ไม่มีส่งชื่อสำรองไปด้วย และนายเฉลิมชัย ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีเพียงสำนักข่าวเดียวที่ถล่มตนและนายเฉลิมชัย




