วันนี้ (15 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
หลังการประชุม นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ เช่น ประเภทของสินค้าที่อยู่ในเงื่อนไข ซึ่งเรื่องนี้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง จะเป็นผู้แถลง รวมถึงขอให้รอคำตอบจากจุลพันธ์ว่ารายละเอียดในโครงการนี้ทั้งหมดจะชัดเจนก่อนวันที่ 24 ก.ค.นี้ ที่จะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้อีกครั้งหรือไม่
สำหรับการประชุมครั้งนี้ นายกฯ บอกว่าไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่ได้ย้ำเรื่องความชัดเจนและเรื่องการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และสื่อก็เห็นว่า พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร. มาร่วมประชุมด้วย
นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลยังไม่มีการเปิดช่องทางให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต พร้อมขอให้ประชาชนรอฟังประกาศจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการทีเดียว
ส่วนเรื่องแหล่งเงินของดิจิทัลวอลเล็ตที่กระทรวงการคลังมีการเปลี่ยนไปมา และไม่เอาเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้ว โดยกลับไปใช้งบฯ ปี 67-68 แทน นายกฯ ตอบว่า เดี๋ยวจะมีการชี้แจง
ส่วนความคืบหน้าเรื่องซุปเปอร์แอป นายกฯ ย้ำว่า รมช.คลังจะเป็นผู้ชี้แจง แต่เมื่อถามจะสามารถเปิดใช้ได้ทันไตรมาส 4 หรือไม่ นายกฯ ปฏิเสธตอบคำถาม พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณมากครับสวัสดีครับ และทำท่าเดินออกจากวงให้สัมภาษณ์ ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำว่า สรุปแล้วแหล่งที่มาของเงินได้ข้อสรุปเรียบร้อยใช่หรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบพร้อมกล่าวว่า ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ขณะที่ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่วันนี้ เดินทางมาร่วมประชุมด้วย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่คณะอนุกรรมการกำกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ตัดแหล่งเงินจาก ธ.ก.ส. โดยบอกสั้นๆ ว่า รอให้เขาแถลงข่าวดีกว่า

ต่อมา นายกฯ ได้ ทวิตข้อความผ่าน X ว่า ดิจิทัลวอลเล็ตพร้อม เปิดลงทะเบียน 1 ส.ค. นี้ ครับการประชุมวันนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดลงทะเบียน และการดำเนินการในภาพรวมที่จะรองรับการใช้งานของประชาชนและร้านค้า โดยมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมไปถึงการลงรายละเอียดเงื่อนไขของการรับสิทธิ์ และมาตรการป้องกันการทุจริต การเรียกเงินคืนให้ชัดเจนขึ้นครับ
โครงการดิจิทัลวอลเล็ต คือ โครงการใหญ่ของภาครัฐที่จะเติมเงินกระเป๋าพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และระบบเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อความละเอียดรอบคอบทั้งทางกฎหมาย และทางเทคนิค โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ทำให้ใช้เวลาดำเนินการมากหน่อย แต่พี่น้องไม่ต้องคอยเก้อแน่นอนครับ




