มีค้านก็ต้องมีหนุน! ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลเดินหน้า ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

11 ต.ค. 2566 - 15:28

  • กองเชียร์ออกโรง! ‘กลุ่มหนุนดิจิทัลวอลเล็ต’ ยื่นหนังสือหนุนรัฐบาลเดินหน้าโครงการ

  • อ้างชาวบ้านต้องการ ซัดนักวิชาการค้านเหมือน ‘สากกะเบือ’

  • ด้าน ‘สมคิด’ ยันพร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย แนะ ‘สว.’ ตั้งกระทู้สดถาม ‘รมว.คลัง’ ได้

Digital_Wallet_Policy_Support_Group_supporting_govt_to_move_forward_SPACEBAR_Hero_8854c5fa51.jpg

ภายหลังจากที่บรรดานักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาส่งเสียงค้านและเตือนไปถึงรัฐบาล ในการเดินหน้านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทแล้ว ก็มาถึงคราวของผู้ที่ส่งเสียงเชียร์นโยบายดังกล่าวกันบ้าง โดยที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ประชาชนในนามกลุ่มผู้สนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ได้เข้ายื่นหนังสือเจตนารมณ์และสนับสนุนนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล โดยมี สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นตัวแทนรับหนังสือ

จุติพงษ์ พุ่มมูล แกนนำกลุ่มผู้สนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต มองว่า นโยบายดังกล่าวเป็นการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ในการสร้างโอกาสและต่อลมหายใจในการดำรงชีวิตของประชาชนและตลอดจนสร้างอาชีพ และทำให้คนไทยมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ลืมตาอ้าปากได้ จึงขอให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการดังกล่าวเพื่อเป็นไปตามนโยบายที่หาเสียงและแถลงต่อรัฐสภา

ส่วนการคัดค้านของฝ่ายนักวิชาการมี่ออกมานั้น มีอคติต่อรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย โดยไม่เห็นหัวประชาชนคนยากจน จึงพยายามชี้ให้เห็นว่านโยบายดังกล่าว ขัดต่อนโยบายการเงินการคลังหรือจะทำให้ประเทศไทยเป็นหนี้ โดยไม่มีความเข้าใจถึงเรื่องพายุหมุนทางเศรษฐกิจ หรือดิจิทัลอีโคโนมิคส์ พร้อมมองว่า การคัดค้านกล่าว ทำให้เห็นว่าคนรวยบางกลุ่ม มองไม่เห็นหัวคนจนรากหญ้า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

“ประเทศเสียโอกาสและเวลามามากพอแล้วกับความเห็นต่างที่ล้าหลัง ขอให้รัฐบาลดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เห็นต่างที่มีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นที่ให้ไปถอนเงินจากธนาคาร ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จทั้งสิ้น ขอให้ประชาชนที่เห็นด้วยแสดงความจำนงผ่านมายังช่องทางสื่อของรัฐบาลเพื่อเดินหน้าโครงการดังกล่าว”

กลุ่มสนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

ยันรัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย แนะ ‘สว.’ ตั้งกระทู้สดถาม ‘รมว.คลัง’ ได้

ด้าน สมคิด กล่าวว่า นโยบายดังกล่าว เมื่อมีหลายท่านแสดงความเห็นไม่ตรงกัน ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน รัฐบาลยินดีที่จะนำความเห็นทุกกลุ่มไปศึกษาพูดคุยกัน โดยจะไม่มองว่าเป็นกลุ่มไหนรวยหรือคนจน แต่จะมองว่าเป็นความเห็นที่ตรงไปตรงมาหรือไม่ ยืนยันรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อ แต่จะหาสิ่งที่ลงตัว เนื่องจากเท่าที่ได้สัมผัสทั้งพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วย และก็มีบางส่วนไม่เห็นด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นจะรับฟัง โดยจะไปพูดคุยกับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ถึงประเด็นที่มีความเห็นต่างกันด้วย

ส่วนกรณีที่ สว.ออกมาวิจารณ์นโยบายดังกล่าวนั้น สมคิด มองว่าแต่ละกลุ่มก็มีความคิดของตัวเอง ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร แต่จะรวบรวมความคิดเห็นไปพิจารณาด้วย รวมถึงชี้แจงกับ สว. โดย สว.สามารถตั้งกระทู้สดถาม รมว.คลังได้ และพร้อมประสานงานให้ ส่วนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับตานโยบายดังกล่าวนั้น ยังไม่ได้ติดตามรายละเอียด จึงไม่แน่ใจว่าจะจับตาเรื่องอะไร เพราะนโยบายดังกล่าว ได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะผิดอะไรและคิดว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ติดตามแต่ประเด็นดังกล่าว

เมื่อถามถึงประเด็นผู้ที่ออกมาค้าน มองว่าเป็นเรื่องของการเมืองหรือไม่ เพราะเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย สมคิด ระบุว่า ไม่อยากพูดชื่อบางท่าน ก็คิดอคติเกินไป แต่บางท่านก็ติติงในเชิงหลักการ แต่บางคนใส่ความคิดส่วนตัวอคติเกินไป ฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่า ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ในฐานะพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศชาติให้เดินหน้าฟื้นขึ้นได้

“ผมไม่อยากพูดว่ารัฐบาลที่แล้วก็ทำเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันยังไม่ฟื้น และมันกระปริบกระปรอยเพียงแค่ 300-500 ต่อเดือน แต่รัฐบาลนี้โยนไปทีเดียว 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาว่า จะคัดกลุ่มคนจนและคนรวยอย่างไร แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ควรมอบให้ทุกคน เพราะถ้าคนรวยไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร เพราะถือเป็นสิทธิ์ เพราะถ้าไม่ใช้ก็จะต้องคืนภายใน 6 เดือน โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว” สมคิด กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กลุ่มสนับสนุนยังได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการถือสากกระเบือ พร้อมเปรียบเทียบนักวิชาการที่ค้านโครงการว่าเป็น ‘นักวิชาการสากกะเบือ’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์