สอบวินัยร้ายแรง ‘อธิบดีกรมอุทยานฯ’ เรียกรับสินบน โทษสูงสุดให้ออก จนท. ทยอยให้ข้อมูล

6 ม.ค. 2566 - 16:19

  • ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กำชับ คกก.สอบสวนวินัยฯ อธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกรับเงินลูกน้อง ดำเนินการผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงที่มาของเงินที่พบในห้องทำงาน โทษสูงสุดให้ออก

  • ปธ.คณะกรรมการตรวจสอบฯ เผย อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ทำหนังสือตอบกรรมการ โดยปฏิเสธเรื่องที่ถูกกล่าวหา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทยอยเข้าให้ข้อมูล พนง.สอบสวนฯ

director_general_portal_dnp_sack_bribe_SPACEBAR_Thumbnail_884ea6d599.jpeg
ภายหลังจาก จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกรณี รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชถูกตำรวจ บก.ปปป. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จับกุมฐานเรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อแลกกับการแต่งตั้งโยกย้าย โดยขั้นตอนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเป็นขั้นตอนหลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้สอบสวนเบื้องต้นแล้วพบว่า มีมูลการกระทำผิดทางวินัยของข้าราชการ  

ทั้งนี้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงจะสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนสอบสวนที่มาของเงินซึ่งพบในห้องทำงานของอธิบดีกรมอุทยานฯ ด้วย หากคณะกรรมการสรุปผลการสอบสวนว่า กระทำผิดจริง จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ผิดคือผิด โดยตามระเบียบข้าราชการพลเรือน หลังการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว ต้องมีกระบวนการพิจารณาโทษต่อไป ซึ่งโทษสูงสุดกรณีทุจริตคือ ให้ออกจากราชการ 

ส่วนข้อเสนอของ ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่ให้คืนความธรรมแก่ข้าราชการของกรมอุทยานฯ ที่ถูก รัชฎาโยกย้ายโดยมิชอบนั้น ปลัดกระทรวง ทส. กล่าวว่า จะตรวจสอบ โดยพิจารณาว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ แต่จะปรักปรำว่า ทุกตำแหน่งที่อธิบดีออกคำสั่งแต่งตั้งนั้น ไม่เหมาะสมทั้งหมดไม่ได้ ซึ่ง วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. กำชับว่า การแต่งตั้งต้องเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้  

กุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวง ทส. และประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า ในการสอบสวนของคณะกรรมการนั้น ได้ตรวจสอบ 3 ส่วนคือ อธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งเป็นผู้ร้องและข้อมูลจากตำรวจ บก.ปปป. และป.ป.ช. โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรตอบกรรมการ แต่การปฏิเสธของผู้ถูกร้อง ไม่ได้หมายถึง ไม่มีความผิด การพบเงินจำนวนมากในห้องทำงานเป็นเรื่องไม่ปกติ ประกอบกับข้อมูลประกอบอื่นๆ จึงสรุปว่า มีมูลการกระทำผิดทางวินัย อีกทั้งการปฏิเสธของผู้ถูกร้อง ไม่ได้หมายถึง ไม่มีมูลความผิด จึงเสนอผลสอบต่อปลัดกระทรวงฯ ซึ่งปลัดกระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง 

สำหรับขั้นตอนการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ไม่ได้กำหนดระยะเวลา เนื่องจากต้องสอบสวนอย่างรอบคอบ กรณีที่มีหลักฐานชัดเจน คณะกรรมการสามารถสรุปผลได้เร็ว แต่ถ้ามีรายละเอียดและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง หากคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยสรุปว่า มีความผิด ปลัดกระทรวงฯ มีอำนาจในการพิจารณาโทษ โดยผู้ถูกร้องสามารถอุทธรณ์ได้ใน 90 วัน 

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี ทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. เพื่อให้ปากคำ จากรณีที่ ถูกนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช เรียกรับเงินโยกย้ายตำแหน่ง 

สำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาวันนี้ อยู่ในระดับหัวหน้าหน่วย และเจ้าหน้าที่ ซึ่งทั้งหมด เป็นในกลุ่ม 19 คน ซึ่ง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี นำข้อมูลมาให้เจ้าหน้าที่ ปปป. เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมี 13 คน ที่นำเงิน จำนวน 98,000 บาท ไปให้ รัชฎา, กลุ่มที่ 2 มี 6 คน คือ พยานที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อน จากการเรียกรับเงินรับเงิน รัชฎา  

สำหรับเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ที่ เค้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนมีทั้งหมด 19 คน โดยเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมามีเข้ามาให้ปากคำแล้ว 2 คน คือ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 และ เจ้าหน้าที่ที่เคยไปให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช., วันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา มีพยานเข้ามาให้ข้อมูล 1 คน ส่วนวันนี้มีเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูล 14 คน ยังเหลืออีก 2 คน ที่ติดราชการไม่สามารถเดินทางมาให้ปากคำในวันนี้ได้ โดยขอเลื่อนเข้าให้ปากคำเป็นวันที่ 10 มกราคมนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์