‘ดิเรกฤทธิ์’ รับ ‘สว.’ กังวลคุณสมบัติ ‘เศรษฐา’ ชี้ช่องเสนอญัตติให้เข้าแจง ก่อนโหวตนายกฯ

21 ส.ค. 2566 - 13:34

  • ‘ดิเรกฤทธิ์’ รับ ‘สว.’ ยังกังขาคุณสมบัติ ‘เศรษฐา’

  • ข้องใจพฤติการณ์ส่อโกง-ชงยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

  • แต่มองต้องให้ความเป็นธรรม เพราะถูกกล่าวหาหลายประเด็น

  • ชี้ช่อง สส.เสนอญัตติให้เข้าแจงรัฐสภา ก่อนโหวตนายกฯ

Direkrit_said_that_Senator_worried_about_the_qualifications_of_Settha_SPACEBAR_Hero_b4ebfb3c15.jpeg
ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงแนวโน้มโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 22 ส.ค. ว่าการโหวตของ สว.เป็นไปตามหลักการ โดยตนยังยืนยันว่า ถ้าเสียงส่วนใหญ่เสนอใครคนนั้น มีโอกาส 95-100 เปอร์เซ็นต์ที่จะได้เป็นนายกฯ ส่วนประเด็นที่สมาชิกรัฐสภา น่าจะสนใจ คือหากเป็นคนใดที่ถูกเสนอชื่อ ท่านนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว และมาตรฐานจริยธรรม คุณธรรม และความประพฤติอันเป็นที่ประจักษ์ว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ นำไปประเทศไปได้ และนำรัฐบาลของประชาชนไปสู่ความสำเร็จตามนโยบายที่วางไว้ได้  
  
ดิเรกฤทธิ์ กล่าวต่อไปว่า อีกเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รับการเสนอชื่อ ต้องเสนอความชัดเจนว่า นโยบายของท่านนำพาประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อย นำความรุ่งเรืองมาให้ประเทศชาติและประชาชน อย่างประเด็นที่บางคนออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากได้เป็นนายกฯ จะให้มีมติจัดทำประชามติเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งเลือกมาจากตัวแทนทั้งประเทศ ซึ่งตนต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน  
  
"เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องแก้ทั้งฉบับ ในขณะที่ สส.ก็เลือกมาจากตัวแทนทั้งประเทศ ทำไมไม่แก้เป็นรายมาตรา เรื่องที่จะต้องจำเป็นแก้ไขมีสาระสำคัญจนต้องแก้ทั้งฉบับอย่างไร และหากแก้ทั้งฉบับจะมีขอบเขตอย่างไร เช่น หมวดหนึ่ง ความมั่นคงแห่งรัฐ หมวดสอง สถาบันพระมหากษัตริย์ ฝ่ายบริหาร ตุลาการ องค์อิสระ ศาล เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ เป็นข้อมูลสำคัญที่สมาชิกรัฐสภา จะต้องใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกฯ" ดิเรกฤทธิ์ ระบุ   
  
ส่วนหากวันที่ 22 ส.ค. แคนดิเดตนายกฯ ยังเป็น เศรษฐา ทวีสิน ทาง สว.ยังมีข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติและความเหมาะสมหรือไม่นั้น ดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า ถ้ายังเป็น เศรษฐา ก็ยังมีข้อกังวล เพราะ เศรษฐา มีกรณีถูกกล่าวหาว่าสมัยเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชน มีพฤติการณ์ทุจริต เลี่ยงภาษี จ้างนอมินีทำให้ราคาที่ดินที่ซื้อไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีเงินทอน นี่คือข้อกล่าวหา ซึ่ง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำมากล่าวหาพร้อมหลักฐาน รวมถึงกรณีที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ก็ได้นำประเด็นของ ชูวิทย์ มาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง วุฒิสภา ซึ่งทางคณะ กมธ. ได้ทำหนังสือไปสอบถามยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมที่ดิน กรมสรรพากร ซึ่งนี่เป็นเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติ ที่เราจะนำมาพิจารณา เศรษฐา รวมถึงเรื่องการประกาศแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคำถามใหญ่ที่จำเป็นจะต้องให้ข้อเท็จจริงต่อสมาชิกรัฐสภา 
  
"ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายเศรษฐา เพราะถูกกล่าวหาหลายประเด็น และเป็นข้อกังวลที่ สส. สว. ได้เป็นห่วง โดยมีการแนะนำนายเศรษฐา จำเป็นต้องทำความชัดเจนในเรื่องนี้ก่อนมีมติโหวตนายกฯ ซึ่งทางนายเศรษฐา และพรรคเพื่อไทย สามารถชี้แจงต่อประชาชนได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเกิดความสง่างามในการเข้ารับตำแหน่งนายกฯ แม้นายเศรษฐา จะไม่ได้เป็น สส. ไม่สามารถเข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาได้ แต่เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ ก็สามารถทำหนังสือประธานรัฐสภา ขอชี้แจงได้ ประธานฯ ก็จะใช้ดุลยพินิจให้นายเศรษฐา เข้ามาชี้แจงได้ด้วยตัวเอง เหมือนกับตัวแทนหน่วยราชการอื่นที่ต้องการเข้ามาชี้แจง หรือ สส.สามารถเสนอญัตติให้นายเศรษฐา เข้ามาชี้แจงได้ ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อเสนอแนะส่วนตัว แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนายเศรษฐา และพรรคเพื่อไทย จะพิจารณา เพื่อความน่าเชื่อถือของตนเอง" ดิเรกฤทธิ์ ระบุ    

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์