ประเด็น ‘เงินหมื่นดิจิทัล’ กำลังถูกจับจ้องจากสังคมว่าจะลงเอยแบบใด จะแท้งก่อนกำหนดหรือผ่านฉลุยตลอดโครงการ ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ถูกเลื่อนไปแล้ว
รอช่วงสั้นๆ เพราะเราได้รับหนังสือมาจากกฤษฎีกาแล้ว และได้ทราบว่าจะมีหนังสือจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย ก็เลยคิดว่าจะเอาทั้ง 2 ฉบับ เข้าทีเดียว ไม่ต้องประชุมหลายครั้ง เพราะเราไม่รู้ข้อเสนอแนะกับมาตรการต่างๆ ไปด้วยกันหรือเปล่า หรือว่ามันมีอะไรที่แตกต่างกัน ฉะนั้น วันนี้ทราบมาว่าหนังสือทาง ป.ป.ช.จะมีมา ก็จะรอดูว่ามีอะไรบ้าง และคิดว่าถ้าเรียบร้อยก็จะจัดประชุมทั้ง 2 เรื่องทันที ไม่เช่นนั้น ถ้าออกมาตรการจากทางกฤษฎีกาไป หาก ป.ป.ช.มีเห็นต่างเรา ก็อาจจะติดขัดได้ ก็เลยรออีกสักนิดซึ่งอาจจะดีด้วยถ้านายกฯ กลับมาพอดีจะได้ประชุม
เมื่อถามว่า รัฐบาลให้น้ำหนักการเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ ป.ป.ช.จะมีความเห็นมาอย่างไร ภูมิธรรม ระบุว่า ทุกคนมีน้ำหนักเท่ากัน ประชาชนเสนอมา การเมืองเสนอ พรรคร่วมฝ่ายค้านหรือพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาก็ให้น้ำหนักเท่ากัน คือจะรับฟังภายใต้เงื่อนไขวัตถุประสงค์ของโครงการ หากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์และไปไกลจากวัตถุประสงค์ที่จะทำ อาจจะต้องพิจารณาให้ความสำคัญในอีกระดับหนึ่ง ถ้าเป็นเรื่องที่ตรงกับวัตถุประสงค์และมีข้อเสนอแนะที่น่ารับฟัง ก็จะเป็นเรื่องใช้ในการพิจารณาประกอบให้มากขึ้น
ส่วนจะมีคำตอบให้ประชาชนได้ใช่หรือไม่นั้น ภูมิธรรม ยืนยันว่า ก็ต้องมี เพราะเป็นนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน เนื่องจากเรามาในช่วงที่รัฐบาลอยู่ในสภาพที่เศรษฐกิจประเทศแย่ และความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณก็มีอยู่ ฉะนั้น การดำเนินการจึงไม่ใช้เงื่อนไขเหมือนปกติ ที่เราเข้ามาแล้วสามารถใช้เงินงบประมาณในการจัดสรรได้
ขณะนี้ ต้องรอถึงเดือนพฤษภาคม งบฯ ปี 2567 ถึงจะได้ใช้ วันนี้งบฯ ปี 67 ใช่แค่เฉพาะงบประจำกับเงินเดือนข้าราชการเป็นหลัก ส่วนงบฯ ลงทุน ยังใช้อะไรไม่ได้ ฉะนั้น เราอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่เราไม่ได้ให้ข้อจำกัดเหล่านี้มาเป็นข้อสะดุดหยุดลงของโครงการ เพราะถือเป็นโครงการสำคัญ เราเริ่มต้นจากการประเมินว่าเศรษฐกิจมีปัญหา รู้ทั้งหลักวิชาการ ซึ่งอาจจะมองแตกต่างกันได้ ดูทั้งเงื่อนไขประชาชนที่เราประสบพบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า คนยากคนจน หรือแม้กระทั่งคนชั้นกลาง เอสเอ็มอี หรือธุรกิจทั้งหมด ทุกคนรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา มีสภาพที่ไม่ขยับขับเคลื่อน หลายบริษัทต้องปิดกิจการลง โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาปิดลงไปเยอะ ฉะนั้น ความจำเป็นที่เราคิดว่า จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้วงจรเศรษฐกิจหรือความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจทั้งหมดขับเคลื่อนมีความสำคัญ
ภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า เราอยู่ในระบบทุนนิยม จะนิ่งเฉยอย่างนี้ไม่ได้ ฉะนั้นเราจำเป็นต้องขับเคลื่อน แต่การขับเคลื่อนในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เป็นการขับเคลื่อนที่ให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะดูแลพี่น้องประชาชนทุกคน วันนี้ เราเถียงกันในเรื่องหลักการ และเถียงในเรื่องวิธีคิด ในเรื่องระบบการจัดการ ไม่ได้หมายความว่าไม่สำคัญ แต่การเถียงกันทั้งหมด ต้องอิงฐานที่พี่น้องประชาชนประสบอยู่ เราอยู่ในระบบทุนนิยม จะขยับระบบทุนนิยมให้เดินหน้าไปได้ ก็ต้องคำนึงถึงจิตใจและความมนุษย์ของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน
ฉะนั้น โครงการนี้เป็นโครงการที่เราพุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่โครงการแจกเงิน และเชื่อว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า จะทำให้การจ้างงานเกิดขึ้นภายใต้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ยังมีโครงการอื่นๆ ของรัฐบาลอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจการค้า การขับเคลื่อนองค์กรของรัฐ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะทำให้เกิดขึ้นมา
ฉะนั้น ขอความกรุณาอย่าเอาวิชาการมานั่งเถียงกัน แต่เอาวิชาการมาเป็นข้อพึงระวังได้และต้องคำนึงถึงชีวิตที่เป็นจริง เพราะเวลาเราถกเถียงกันในหมู่ข้าราชการระดับสูงหรือนักวิชาการก็ดี เราเถียงบนพื้นฐานที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ประสบปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับ จึงอยากเชิญชวนให้เรื่องนี้มาช่วยกันพูด ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ปัญหามันดีขึ้น ถ้ามีวิธีการที่ดีกว่านี้เราไม่ขัดข้องอะไรยินดีรับฟัง มีอะไรที่บอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่กลไกราชการในปัจจุบันถือเป็นกลไกเดิมที่ทำอยู่ในรัฐบาลเดิม และทำวิธีการเดิมๆ ดังนั้น เรายังไม่เห็นว่าภายใต้กลไกที่เคยทำปฏิบัติมาแบบเดิมๆ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรให้ดีขึ้น การที่เราเสนอสิ่งใหม่ควรดูในกรอบของสิ่งใหม่ และดูว่าตรงนั้นต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรเพื่อให้เดินหน้าได้ ฉะนั้น ผมขอเชิญชวนทุกฝ่ายเริ่มต้นจากความเป็นจริง เอากรอบวิชาการมาจับ อย่าใช้ความรู้สึกเฉพาะด้านของตัวเอง และต้องยอมรับว่าเรื่องต่างๆ ในการแก้ไขต้องใช้ความร่วมมือด้วยกันทุกๆเรื่อง วันนี้เป็นระบบทุนนิยมเราแข่งขันสู้กัน พยายามจัดการให้ระบบดีที่สุดแต่ก็ต้องเป็นทุนนิยมที่มีหัวใจและคำนึงถึงความเป็นจริงของมนุษย์และคนในประเทศไทยด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ภูมิธรรม ยอมรับว่า ไม่ทราบว่าความเห็นของ ป.ป.ช.จะมาตอนไหน แต่ได้ยินว่าจะมาเร็วๆ นี้ เมื่อรับทราบมา เราก็เลยรอ แต่มองว่าอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ควรรู้แล้ว พอดีนายกฯ ก็กลับมา และอีก 2 วัน ตนเองต้องไปสหรัฐอเมริกา และกลับมาใกล้ๆ กัน จะพร้อมกันทันทีจะเป็นวันที่ประชุม ครม.สัญจร หลังจากนั้น ทุกอย่างมันมาก็อาจจะเดินหน้าได้ ทุกเรื่องหลังจาก ครม.สัญจร จะเอาเรื่องเข้า ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและอีกหลายๆ เรื่อง
ส่วนหาก พ.ร.บ.กู้เงิน เดินไปไม่ได้ รัฐบาลจะมีแผนสำรองอะไรหรือไม่ ภูมิธรรม ระบุว่า กรอบใหญ่เราคิดไว้แล้ว แต่รอให้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นว่าอะไรเป็นอย่างไร และเราก็แก้จากความเป็นจริงจะดีกว่า อย่าใช้คำว่า ‘ถ้า’ บ่อย
คำว่า ‘ถ้า’ บ่อย เป็นการจินตนาการ เราคิดไว้แล้วกรอบต่ำๆ จะเป็นอะไรอย่างไร ถ้าได้หรือไม่ได้อะไรก็จะทำอย่านั้น ส่วนถ้ามันเกิดหรือไม่เกิดก็ไม่รู้ รอให้เกิดขึ้นจริงๆ แล้วค่อยมาถามก็ได้
เมื่อถามว่า งบประมาณที่จะนำมาใช้กับโครงการนี้ มีแน่นอนใช่หรือไม่ ภูมิธรรม ก็ระบุว่า เรายืนยันที่จะเดินหน้าโครงการนี้ ส่วนจะได้อะไรขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและข้อเสนอของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติ เราก็คงเอามาปรับใช้ หากเป็นเรื่องความเห็นรัฐบาลต้องยืนยันความเห็นของเราเอง ในการดำเนินการถ้าเราเห็นต่าง ถ้าเห็นด้วยก็ไม่มีปัญหา
นโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายที่คิดขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมกันคิดตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาล และได้แถลงต่อรัฐสภาอย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย ฉะนั้นความชอบธรรมที่จะดำเนินนโยบายนี้ตามที่รัฐสภาเลือกมาจากประชาชนถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและชอบธรรมที่สุด เพียงแต่เรารับฟังเพื่อให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องสบายใจและให้รอบด้านครบถ้วนมากที่สุดเท่านั้นเอง อย่าใช้บางประเด็นหรือบางส่วนมาขวางทุกเรื่องแล้วทำไม่ได้เลย
ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว วันนี้รัฐบาลมีความยากลำบากในการที่จะทำงานเนื่องจากไม่มีกลไกหลายๆ อย่าง มีกฎหมายหลายเรื่องและยังมีเรื่องที่ค้างจากรัฐบาลเดิม ฉะนั้น ส่วนต่างๆ เหล่านี้ เราใช้เวลาช่วงต้นในไตรมาสแรก ของการเข้ามาเป็นรัฐบาล 3 เดือน ที่ผ่านมา ใช้ในการคลี่คลายและแก้ไขปัญหา ทุกคนรู้อยู่แล้วรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือไม่ได้เฉยอยู่กับที่ รัฐบาลแก้ไขกลไกต่างๆ ที่จะรองรับได้ ฉะนั้น อยากให้ทุกคนดูในภาพรวมและให้ช่วยกันคิดว่า ประเทศชาติจะหลุดพ้นจากวิกฤติที่เป็นอยู่นี้อย่างไร การจะบอกว่าวิกฤติหรือไม่วิกฤติ หรือมาวิจารณ์รัฐบาลดำเนินการแบบนั้น โดยเอาความชนะคะคานทางการเมืองเป็นที่ตั้ง อยากให้เข้ามาดูความเป็นจริงและช่วยกันคิด และให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลมากที่สุดและช่วยกันคิด เพราะประเทศนี้เป็นของประชาชนทุกคน
ส่วนประเด็นระเบียบการเงินการคลังส่วนหนึ่งที่บอกว่าเศรษฐกิจต้องวิกฤติจริงๆ ถึงจะออก พ.ร.บ.กู้เงินได้ ตรงนี้รัฐบาลคิดเห็นอย่างไร ภูมิธรรม ระบุว่า เศรษฐกิจวิกฤติจริงๆ ใครเป็นคนกำหนดว่าวิกฤติ ถามตน ตนบอกว่าวิกฤติ แต่ถ้าถามฝ่ายค้านก็บอกว่าไม่วิกฤติ ทั้งที่ก่อนฝ่ายค้านจะเข้ามา ก็มองว่าวิกฤติ และจะแก้ปัญหาร่วมกัน มันต้องดูความเป็นจริงไม่ใช่พูดตามวาระอารมณ์หรือตามสถานการณ์ต่างๆ
เมื่อถามว่า มีแนวโน้มว่าจะยืดระยะเวลาออกไปจากเดิมใช่หรือไม่ ภูมิธรรม ระบุว่า เวลานี้เราวางทุกอย่างเดินตามแผนทั้งหมด ส่วนจะยืดหรือไม่ยืดขึ้นอยู่กับความเป็นจริงที่ได้รับ ถ้าบอกมาแล้วยังไปไม่ได้ต้องมาดำเนินการหาทางออก ถ้าไปไม่ได้แล้วต้องยืดมันก็ต้องยืด แต่วันนี้เรายังวางไทม์ไลน์ไว้อย่างเดิม ยังไม่ได้มีอะไรมาหักล้างที่ทำให้เราต้องผิดเพี้ยนไปจากนี้ และเราก็คิดถึงทางยากลำบากที่มันจะเกิดขึ้นกับสภาพที่เป็นปัญหา ฉะนั้นต้องช่วยกันคิดเพื่อให้เดินหน้า ไม่ใช่ช่วยกันคิดเพื่อให้หยุดอยู่กับที่ ส่วนรัฐบาลตั้งเป้าจะเสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน เข้าสภาฯ เมื่อไหร่นั้น ภูมิธรรม ระบุว่า
ยัง ต้องเคลียร์ให้ทั้งหมดว่าอะไรเป็นอะไร และทุกคนต้องเข้าใจสิ่งที่ตนพูด ต้องดูว่าของจริงจะให้ไปได้อย่างไร วันนี้ถ้าบอกว่าจะไปกู้ไหม จะไปโน่นนี่นั่นมันตอบไม่ได้ เพราะข้อสรุปต่างๆยังไม่ครบถ้วน อย่ามองอะไรไกลเกินจากความเป็นจริง แล้วมาช่วยกันคิดดีกว่าว่า จะมีข้อเสนออะไรสำหรับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นนี้ ดีกว่ามาบอกว่าไปโน่นไปนี่แล้วมาจินตนาการต่างๆ ถ้าคนของรัฐบาลตอบไม่ตรงกันหรือตอบมีปัญหาซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ จะกลายเป็นว่าไม่พร้อม ไม่ได้ดูแลมาตั้งแต่ต้น ไม่ได้คิด ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอวิจารณ์ที่ไม่ได้อยู่ในใจ ที่มีความรู้สึกร่วมกันที่อยากจะแก้ปัญหาประเทศ
เมื่อถามว่า แสดงว่ารัฐบาลตั้งธงที่จะแจกเงินดิจิทัล ภูมิธรรม ระบุว่า ไม่ใช่ธง แต่เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ไม่ใช่อำเภอใจ
มีธง หมายความว่า อำเภอใจจะทำอย่างนี้อย่างนั้นก็ได้ มันไม่ใช่ แต่นี่เป็นนโยบายที่คิดมาอย่างดีที่เสนอต่อพี่น้องประชาชน ได้รับการยอมรับจากประชาชนเอามาคุยกับพรรคร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล และแถลงต่อรัฐสภาชัดเจน เมื่อนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาชัดเจน ผมไม่ทำ งวดหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านก็กางมาแล้ว ก็บอกว่าเรื่องนี้เรื่องนั้นไม่ทำ อันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย ในการช่วยกันมอง
เมื่อถามว่า ถ้าออก พ.ร.บ.กู้เงินไม่ได้ รัฐบาลจะถอยใช่หรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวย้ำว่า ไม่มีถ้า ขอเจอความเป็นจริง ตอนนี้ยังไม่มีเรื่อง พ.ร.บ.เงินกู้ หรือไม่เงินกู้ ขอความเป็นจริงตรงนี้ก่อน ตรงนี้ยังไม่ชัดเจนเลย แต่จะให้ตนไปคิดเรื่องอื่น ถ้าคิดไป อาจจะคิดฟรีก็ได้ รอให้ความจริงเกิดขึ้นก่อน หากความเห็น ป.ป.ช.มาถึง จะเปิดเผยหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารระดับไหน
ส่วนความเห็นของ ป.ป.ช.จะสร้างเงื่อนไขให้เป็นข้อจำกัดของรัฐบาลหรือไม่นั้น ภูมิธรรม ระบุว่า ไม่ทราบ ต้องถาม ป.ป.ช. จะออกมาจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย แต่เราได้ยินว่าจะมีเราก็รอ แต่เรายังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการว่าให้รอก่อนเดี๋ยวจะส่งมา อันนั้นไม่มี เราทราบว่าจะมีจึงคิดว่าถ้ามีจริงก็จะรอได้อีก ไม่มีปัญหาที่จะขยับไปอีกอาทิตย์สองอาทิตย์ เดือนสองเดือน หากทุกอย่างพร้อมเราเดินได้ทันที เพราะทุกอย่างเตรียมการไว้หมดแล้ว
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะดันไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ภูมิธรรม ระบุว่า ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย จะมาบอกว่าให้ดันไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ท่านคิดเอง
ถ้าอยากให้ดันไปถึงศาลรัฐธรรมนูญตัดสินหรือเปล่านั่น เป็นแนวทางหนึ่ง ถ้าเป็นข้อเสนอจากท่าน ซึ่งเราพูดชัดเจนแล้วว่า ไม่มีธงที่จะเดิน เราดูตามความเป็นจริงแล้วว่าตามความเป็นจริง อย่าจินตนาการมาก ยิ่งจินตนาการมากพวกผมยิ่งเหนื่อย




