ฟันไม่เว้นนายพล! ปม ‘ทหาร’ ซักชุดชั้นใน

12 มี.ค. 2567 - 13:05

  • ‘สุทิน’ ลั่น ฟันไม่เว้นนายพล ปมคลิป ‘ทหาร’ ซักชุดชั้นในเจ้านาย แนะ ใครโดนใช้เกินภารกิจ ส่งหลักฐานมาพร้อมคุ้มครองให้ ปราม ฝ่ายค้านติงให้พองาม อย่าได้ที เผย กำลังสอบอยู่กองทัพโดนไอโอช่วงใกล้เกณฑ์ทห.หรือไม่

  • ด้าน ‘เลขาฯ รมว.กลาโหม’ สวดยับ เลิกเอาพลทหารซักกางเกงใน คุณนาย ฝาก ทบ.อย่าให้มี ก่อนจะเดือดร้อน ถึงผบ.ทบ.

  • ส่วน ‘โฆษก กห. ฝ่ายการเมือง’ จิรายุ’ เตือนเหล่าผู้บังคับบัญชาดู ‘ทหารรับใช้’ ให้ดี ชี้บางคนฝึกงานครัวไปเป็นเชฟในโรงแรม

do_not_soldier_wash_underwear_SPACEBAR_Hero_5a760e0274.jpg

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรากฏคลิปพลทหารกำลังซักชุดชั้นในของครอบครัวนายทหารว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่เสียหาย ได้มีการสั่งตรวจสอบแล้ว และได้ขอความร่วมมือไปยังพลทหารที่ถูกกระทำ ขอให้มาช่วยให้ข้อมูลว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่หน่วยไหน บ้านใคร นายทหารคนไหน เพราะเรื่องนี้ รมว.กลาโหมคนก่อนได้ยกเลิกนโยบายนี้ไปแล้ว ใครที่ไปเอาทหารมารับใช้นอกเหนือภารกิจหน้าที่ของราชการทำไม่ได้ และตอนเข้ามาเป็น รมว.กลาโหมได้ยืนยันในนโยบายนี้ ได้มอบจเรทหารให้กวดขันเป็นพิเศษ ซึ่งจเรทหารได้รายงานว่า กรณีดังกล่าวลดน้อยลงแล้ว แม้จะยังไม่หมดเสียทีเดียว เหตุการณ์นี้เข้าใจว่า เป็นส่วนที่เหลือน้อยแล้ว แต่ถึงแม้จะเหลือน้อย แต่เราไม่อยากให้เหลือเลย ฉะนั้น วันนี้จะเดินหน้าต่อไป ต้องขอความร่วมมือพลทหารที่โดนแบบนี้ ถ้าถูกผู้บังคับบัญชาสั่งแบบนี้ไม่ต้องกลัว ตอนนี้มีโทรศัพท์มือถือ มีโซเซียลมีเดีย สามารถส่งมาได้ แสดงหลักฐานมาได้ จะได้รับความคุ้มครองแน่นอน อย่างน้อยที่สุดตนจะคุ้มครอง สังคมจะคุ้มครอง และสังคมไม่เข้าข้างผู้บังคับบัญชาที่ทำแบบนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่คลิปออกมาช่วงนี้ มองว่า เป็นการโจมตี เพราะใกล้การเกณฑ์ทหารใช่หรือไม่ สุทิน กล่าวว่า ก็สงสัยอยู่ เพราะเรื่องนี้ทำให้กระทบต่อคนที่จะสมัครเป็นทหาร บางคนก็กลัว ส่วนตัวเคยพูดมาตลอดว่า มันมีปัจจัยลบ คือ เรื่องที่เอาทหารไปรับใช้ หรือการฝึกโหด หรือเงินเดือนพลทหาร เรากวดขันและกำชับมาตลอด แต่ว่า มันก็มีหลุดออกมาเรื่อย ถ้าคนที่มีเจตนาไม่ให้นโยบายนี้สำเร็จ ถือว่า เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ ยอมรับว่า แม้คนจะเจตนาหรือไม่เจตนามันก็มีผล ขอร้องว่า ถ้ามันเป็นเรื่องผ้าขาวผืนใหญ่ แล้วมีจุดดำๆ เล็กๆ อยู่นิดเดียว ขอให้ช่วยไปแก้ อย่าไปขยายความ เราไม่ได้ปกป้อง 

เมื่อถามว่า กรณีนี้ถ้าพบว่า เป็นนายทหารระดับพล จะสามารถเอาผิดได้หรือไม่ สุทิน กล่าวว่า ผิดได้ทั้งนั้น ทุกระดับ อย่างแรกคือ ผิดวินัย ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามนโยบายผู้บังคับบัญชา และผิดอาญา ถ้าไปบังคับขู่เข็ญพลทหารให้ไปทำในสิ่งที่นอกเหนือ ถือว่า เป็นการสั่งข้อราชการโดยมิชอบ ตรงนี้ถือว่า โดนอาญา ฉะนั้น นายพลหรือไม่นายพล อยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน ส่วนกรณีที่พลทหารสมัครใจนั้น ในอดีตมีเหมือนกัน เขาเรียกว่า พลบริการ ที่จะไปดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ระดับนายพลที่ไปออกศึกหรือทำศึก ไปทำหน้าที่เหมือนเป็นเลขานุการส่วนตัว แต่มันต้องทำในภารกิจ เพราะถือเป็นงานในหน้าที่จริงๆ แต่ถ้าเลยเถิดเหมือนกับกรณีนี้ไม่ได้ ซึ่งระเบียบเก่าได้มีการสังคายนายกเลิกไปแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านออกมาโจมตีเรื่องนี้ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ก็เข้าใจ ฝ่ายค้านก็ได้ที แต่อยากจะขอว่า ฝ่ายค้านติงมาแต่พองาม ถ้าขยายผลให้เป็นผลเสียต่อนโยบาย เสียภาพพจน์ เจตนาทำให้ภาพพจน์องค์กรเสียหาย ก็ต้องขอร้องกัน เมื่อถามย้ำว่า มองว่า กรณีนี้กองทัพโดนไอโอหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นไปได้เหมือนกัน กำลังตรวจสอบอยู่ 

ขณะเดียวกัน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษ ‘สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันและนโยบายรัฐบาลในการปรับปรุงกองทัพ’ ในการประชุมเชิงวิชาการเพื่อร่วมกำหนดอนาคตกองทัพบกในปี 2580  (RTA 5.0 Conference) ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกว่า ปัจจุบันกระทรวงกลาโหมได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ล่าสุด เอาพลทหารไปซักกางเกงในให้คุณนาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ซักชุดชั้นในของตัวเอง ก็ไม่น่าจะทำอยู่แล้ว แต่นี่ให้ไปซักของภรรยา ทางกลาโหมก็รับหน้า แต่โชคดีไม่ใช่ของกองทัพบก และหวังว่ากองทัพบกจะไม่มี หากมี ไปบอกให้เลิกทำก่อนที่ความเดือดร้อนจะมาถึงผบ. ทบ. เป็นเรื่องที่ไม่น่าทำเช่นเดียวกับธุรกิจส่วนตัวที่เอาทหารไปเฝ้าคลีนิค ปั๊มน้ำมัน ต้องเลิก ขออนุญาตผบ. ทบ.ทำต่อไปมีโอกาสจะเดือดร้อน

ด้านจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ได้มีการประชุมผู้แทนของกระทรวงกลาโหมประกอบด้วยกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองทัพบก ซึ่งสรุปว่า พลทหารในคลิบเป็นพลทหารที่เคยประจำการอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีของกองทัพเรือ และปลดประจำการไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อสืบค้นประวัติปรากฏว่า พลทหารคนดังกล่าวไปทำงานอยู่ที่จังหวัดนครปฐม วันนี้ทางกองทัพเรือจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปขอข้อมูลว่าเหตุใดจึงปรากฏลักษณะเช่นนี้ และเกิดที่ไหน อย่างไร เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาของคณะกรรมการฯเพื่อดำเนินการ ทั้งนี้ รมว.กลาโหม ได้กล่าวในที่ประชุมว่า เราไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเป็นเอกสารว่า ห้ามกองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปทหารไปรับใช้ทั้งภรรยา และบุตร ตามกฎที่ตราไว้ตั้งแต่ปี 2455 และมีการแก้ไขปรับปรุง 2476 มาจนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อปี 2566 ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว

“เพราะฉะนั้นผู้บังคับบัญชาท่านใดอยู่กับน้องๆ ท่านต้องดูแลน้องๆ ให้ดี ถ้าท่านดูแลน้องไม่ดี น้องเขาออกมาตำหนิติเตียนผ่านสื่ออย่างนี้ ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ในสังคมไทยจะบอกว่า ไม่มีเลยเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกกระทรวง ทบวง กรม ตัวอย่างเช่น ตำรวจ มีน้องๆ ตั้งแต่พลตำรวจ จนถึงกระทั่งนายสิบ นายร้อย อยากจะไปเดินถือกระเป๋าให้กับท่านนายพลพร้อมที่จะทำทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชานั้นดูแลน้องๆ ได้ดีขนาดไหน และที่สำคัญมีภาพปรากฎเรื่องของน้องพลทหารไปทำกับข้าวจัดอาหารวางในจาน มองได้สองมุม เพราะในกองทัพมีองคาพยพหลากหลาย บางคนฝึกหนักถืออาวุธปืน 3 เดือน แล้วอยากจะไปฝึกโรงครัว เพราะเป้าหมายอยากจะไปเป็นเชฟ พอปลดประจำไปแล้วก็เอาภาพต่างๆไปนำเสนอให้กับโรงแรมและร้านอาหารต่าง ๆหลายคนก็ได้ทำงานดีกว่าคนทั่วไป หลายคนอยู่ในโรงนอนเพื่อนขี้เกียจจัดที่นอนก็รับจัดที่นอนให้ ก็มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเพราะมีการตรวจเชค น้องๆ เหล่าหนี้พอปลดประจำการก็ไปทำงานโรงแรม” จิรายุ กล่าว

จิรายุ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะการฝึกต่างๆ ไม่ได้หมายความว่า ถือปืนอย่างเดียว การฝึกทุกอาชีพในกองทัพมีหลากหลาย แต่ขอย้ำว่า ถ้านำพลทหารไปทำงานด้วยแล้วเขาอยู่ต้องมีความสุข ถ้าเขาอยู่แล้วไม่มีความสุข มีเรื่องร้องเรียนเมื่อไหร่ ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบวินัยทางการทหารต่อไป หากพบว่า มีความผิดก็ต้องถูกลงโทษ เริ่มตั้งแต่ตักเตือน ภาคทัณฑ์ กักขัง จนกระทั่งให้ออกจากราชการ แต่กรณีที่เห็นน่าเสียดายว่าเป็นเพียงคลิบจึงไม่สามารถตอบได้ว่าเหตุเกิดที่ไหน ซึ่งคลิบลักษณะเช่นนี้ในการทหารต่างประเทศบางทีก็สร้างให้เกิดการเกลียดชัง กับหน่วยงานต่อต้านอะไรต่าง ๆซึ่งสามารถทำได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องดำเนินการ ตามระเบียบ 

“จะมาบอกโลกสวยว่า ไม่มีเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ท่านต้องอยู่กับลูกน้องให้มีความสุข ผู้บังคับบัญชาต้องดูแล เพราะบางคนไม่อยากไปเฝ้าป้อม ไม่อยากอยู่ในปี เขาอยากมาอยู่บ้านนาย ซึ่งบางครั้งมีการแย่งกันไปอยู่ เพราะเขาบอกว่าอยู่บ้านนายสบาย แต่อยู่แล้วต้องได้วินัยทางการทหาร ต้องได้ความรู้ความสามรถ และเจ้านายต้องดูแลให้ดี ถ้าดูแลไม่ดีมุมแมลงก็จะกลับไปสู่เจ้านายอย่างที่เป็นข่าว” จิรายุ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์