ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธให้ความเห็นถึงวันที่ 14 ส.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดีถอดถอน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติ
ไม่สามารถให้ความเห็นได้ ต้องให้เป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ควรที่จะให้ความเห็นหลังมีคำวินิจฉัยจะดีกว่า
เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ชัยชนะ ก็บอกว่า คงไม่ต้องประเมิน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่
ส่วนเมื่อถามย้ำว่า หากมีเทียบเชิญให้ร่วมรัฐบาลจะพิจารณาอย่างไร ชัยชนะ บอกว่า ต้องกลับไปถามมติของพรรคประชาธิปัตย์ โดยกรรมการบริหารพรรคต้องประชุมร่วมกันกับ สส. จะแสดงความคิดเห็นคนใดคนหนึ่งไม่ได้
อย่าใช้คำว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะร่วมรัฐบาล เพราะการเมืองไทยต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงตอบไม่ได้ว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม หากมีการเทียบเชิญ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ทบทวนให้ดีก่อน! ไม่เอา ‘กฎหมายกาสิโน’ หนุนจัดการเว็บพนันออนไลน์ให้ถูกกฎหมาย-เก็บภาษีเข้ารัฐดีกว่า
ส่วนประเด็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร ที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดอีกครั้งนั้น ชัยชนะ ให้ความเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงจุดยืนตั้งแต่เริ่มต้นของกฎหมายนี้แล้ว ว่า ต้องกลับไปทบทวนให้ดีก่อนที่จะนำไปสู่การเปิดกาสิโน ว่าจะสามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้เท่ากับ ‘มาเก๊า’ หรือไม่ หรือเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนาม, สิงคโปร์ ที่เปิดไปแล้ว มีรายได้ดีหรือไม่
พร้อมมองว่า การที่ประเทศไทย จะรีบเร่งแก้กฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ควรจะต้องกลับมาทบทวนฟื้นกีฬาประเภทพื้นบ้าน เช่น ไฮโลงานศพ หรือหวยใต้ดินกลับมาบนดิน เพื่อจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น
วันนี้ เราเดินหน้าการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ และเราต้องกลับมาถามตัวเองว่างานหน่วยงานที่เดินหน้าปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ สามารถปราบปรามได้จริงหรือไม่ ถ้าปราบปรามได้ไม่จริงแล้ว ยังมีอยู่อีก ผมคิดว่าควรศึกษาแนวทางเรื่องนี้ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถ้าเราทำเรื่องนี้ถูกต้องตามกฎหมาย สมมติกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประกาศว่า จะเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ แล้วเปิดให้กับคนที่ขอ license (ใบอนุญาต) ทำเว็บพนันออนไลน์ ขออนุญาตได้ สุดท้ายแล้วผลประกอบการรายได้ทั้งหมด ต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลแบบขั้นบันได 30 40 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้เกิดรายได้ต่อรัฐมากกว่าโดยที่ไม่ต้องลงทุน ขณะที่ ‘เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’ (Entertainment Complex) ที่ต้องเชิญนักลงทุน มาลงทุนแสนล้านบาท ผมว่ายังยากอยู่ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า ไม่ผ่านกฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว
เคลียร์ปม ‘มงคลกิตติ์’ ยื่นร้อง ‘พิธา’ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค
ส่วนกรณีที่ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องต่อ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้เร่งดำเนินคดีทางอาญากับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนั้น ชัยชนะ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องไปถามกับ มงคลกิตติ์ เอง เพราะเรื่องนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 มุม คือความเห็นส่วนตัว กับความเห็นของพรรค
หากเป็นความเห็นของพรรค ต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ แต่หากเป็นการเรื่องส่วนตัว ก็เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำได้
ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคเสียหายหรือไม่ ชัยชนะ มองว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิที่ทุกคนจะร้องเรียนในฐานะประชาชน ซึ่งพรรคฯ คงไม่ห้ามให้ใครไปยื่นในนามส่วนตัว ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพรรคประชาชน และขอแสดงความยินดีกับหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมเป็นกำลังใจให้เดินหน้าในการทำงานกอบกู้ระบอบประชาธิปไตย
เพียงแต่จุดยืนที่ต่างกันคือ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 เพราะพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์




