นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการสร้างผลงานของรัฐบาลอาจจะมาสะดุด เพราะเรื่องทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นนักโทษเทวดาหรือไม่ว่า เราเชื่อว่า เราทำทุกอย่างในกรอบกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ทำประโยชน์ให้ประชาชน เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น มีข้อวิจารณ์ต่างๆ ถ้าอยู่ในกรอบกฎหมายก็ต้องเป็นเรื่องเฉพาะ
เมื่อถามว่า เรื่องกระบวนการยุติธรรมที่ถูกมองว่ากำลังถูกสั่นคลอน จากกกรณีทักษิณ จะเป็นปัญหากับรัฐบาลหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ถ้าเราอยู่ในกรอบกฎหมาย ทุกคนมีสิทธิแบบเดียวกัน ตนว่ามันอยู่ในกรอบกฎหมายหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณากันตรงนั้น ในหลักสำคัญคือ หลักนิติธรรมที่เกิดขึ้นกับประเทศทั้งประเทศ และไม่ควรจะเกิด 2 มาตรฐาน ฉะนั้นอะไรที่ปฎิบัติได้กับทุกคนก็เป็นอย่างนั้น
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์นโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ยังอยู่ในจุดที่มั่นใจที่ว่าจะสำเร็จในปีหน้าหรือไม่ว่า ปีหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังเป็นไปตามแผน เรื่องที่มีข้อสงสัยหรือถกเถียงกัน เราก็ทำให้ยุติชัดเจนไปแล้ว ขณะนี้นำไปสู่ขั้นตอนนำไปปฏิบัติให้เป็นจริง ซึ่งเราได้ถามไปยังคณะกรรมกฤษฎีกา ซึ่งเร็วๆ นี้จะได้คำตอบกลับมา แล้วเราก็จะปรับและเสนอกฎหมายที่จะต้องกู้เงินเข้าไปในสภาฯ คงจะตามหลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 และเงินต่างๆ ก็คงเป็นตามแผน
เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่ว่ากฤษฎีกาตอบมาอย่างไรก็จะส่งเข้าไปสภาฯใช่หรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เราเชื่อว่าสิ่งที่เราถูกกฎหมาย และกฤษฎีกาคงมีข้อแนะบางประการ อย่างไรก็แล้วแต่ ก่อนจะออกโครงการนี้เราศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ เมื่อทางไม่ได้ราบเรียบตลอด ยกตัวอย่าง เมื่อสมัยกองทุนหมู่บ้าน เราพูดถึงว่า เดี๋ยวจะหางบตรงนั้นตรงนี้ เราก็ไม่มีเงินเหมือนกัน แต่เราก็ใช้วิธีการกู้เงินนี่คือในอดีต ฉะนั้นเรามีความมุ่งหมายชัดเจน มีปัญหาก็หาวิธีแก้และยึดมั่นในประโยชน์ประชาชน
เมื่อถามว่า ถ้ากฎหมายกู้เงินไม่ผ่านจะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เรารับผิดชอบตามสิ่งที่เราทำให้ประชาชน ส่วนความรับผิดชอบสำคัญคือความรับผิดชอบประชาชน และเราไม่ได้พยายามทำแหกกฎหมาย เราศึกษากฎหมายจนชัดเจนแล้วเราเดินตาม ไม่น่าจะเกิดปัญหาสะดุดอะไร
เมื่อถามว่า ความรับผิดชอบถึงขั้นไหน นายกฯ ยุบสภาหรือลาออก นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า อย่าพึ่งสมมุติเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น เราจะทำไม่ให้มันเกิดขึ้นเลย
เมื่อถามว่า 3 เดือนที่ผ่านมามีอะไรที่ยังไม่เข้าเป้าหรือยังไม่ทันใจบ้าง นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากทำมีเยอะกว่านี้มาก แต่ทำแล้วอาจติดขัดข้อกฎหมาย ติดหน่วยราชการ ความเข้าใจระหว่างคนและปัญหาที่เกิดขึ้นทับถม อย่างเรื่องน้ำท่วมที่เราไม่ได้คาดคิด เรื่องสงครามอิสราเอลที่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า เราเข้ามาแก้ปัญหาเมื่อเกิดปัญหาก็แก้ไขอย่างเร่งด่วน
นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในรอบ 3 เดือนนี้ คือการกอบกู้เกียรติภูมิประเทศไทยในเวทีโลก ทำให้เราเปิดตลาด และสิ่งที่อ่อนด้อยในช่วงที่ผ่านมา เราสามารถฟื้นความเชื่อมั่นในสายตาต่างประเทศ น่าจะทำให้เศรษฐกิจของเราเติบโตได้ นอกจากเรื่องการกอบกู้วิกฤติต่างๆ เราก็ทำได้เร็ว เพราะเราเป็นรัฐบาลของประชาชนมีความตั้งใจ ท่านอาจจะเห็นว่าเราเป็นพรรคร่วม แต่ที่แท้เราเป็นรัฐบาลของประชาชน
นพ.พรหมินทร์ ยังให้สัมภาษณ์ถึง การสร้างความนิยมของรัฐบาลหลังทำงานมา 3 เดือนแต่ยังพบว่าผลสำรวจความนิยมคะแนนของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลยังมาเป็นอันดับหนึ่ง ว่าผลงานรัฐบาลได้พูดกับได้ทำเป็นคนละเรื่องกัน ที่ผ่านมาเราเดินหน้าเกณฑ์ทหารด้วยความสมัยใจ ปรับลดกำลังพลให้เหมาะสม ทำให้มีบทบาทเหมาะสมกับสถานการณ์โลก สมรสเท่าเทียม PM2.5 ดิจิทัลวอลเล็ต ยึดมั่นตามที่หาเสียงไว้และจะทำให้เป็นจริง เราขอโอกาสทำงานให้ประชาชนเป็นจริง
เมื่อถามว่าที่บอกว่าทำกับพูดต่างกัน เชื่อว่าหากมีการสำรวจความคิดเห็นช่วง 6 เดือน คะแนนของพรรคเพื่อไทยจะกลับมานำหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดอย่างนั้น เราตั้งใจทำประโยชน์ให้ประชาชนทั่วประเทศโดยไม่เลิกทำเฉพาะพื้นที่ที่เรามี สส.
เมื่อถามว่าเราจะใช้อะไรมาเป็นตัวดึงกระแสให้กับรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ความจริงใจและผลงานการปฏิบัติ ส่วนตัวเชื่อว่า หากเราได้ปฏิบัติและเห็นถึงความจริงใจของเราที่เป็นรัฐบาลของประชาชน
เมื่อถามว่า ได้ประเมินการเมืองหลังเดือน พ.ค.67 ที่สว.ชุดปัจจุบันหมดวาระอย่างไร เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทยจะมีอำนาจต่อรองทางการเมืองมากขึ้น นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ถือเป็นการคิดแบบเก่าที่แบ่งเป็นพวกเป็นพรรค ฉายารัฐบาลที่สื่อตั้งให้ว่า ‘แกงส้ม ผลักรวม’ ถือเป็นการรวมเพื่อประเทศรวมเพื่อประชาชน ต้องขอบคุณที่สื่อชมเราและเราก็ไม่ได้ไปแกงใคร
เมื่อถามว่า 4 ปีของรัฐบาล จะเห็น แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาลหรือเข้ามานั่งในตำแหน่งนายกฯหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ แพทองธาร เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย รัฐบาลให้ความสำคัญโดยให้เข้ามาช่วยงานรัฐบาล แต่แน่นอนที่สุดนายกฯคือ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยน
เมื่อถามว่า ปีหน้าจะเห็นทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเข้ามาให้คำแนะนำการบริหารประเทศของรัฐบาลหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ความคิดเห็นของทุกคนที่เป็นประโยชน์ไม่ใช่แค่ของทักษิณ รัฐบาลรับฟังทั้งสิ้น เศรษฐา รับฟังตลอดโดยเฉพาะเสียงประชาชน โดยนำมาปรับใช้สั่งการแก้ปัญหาต่างๆทันที
เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ว่าจะต้องฟังเสียงเศรษฐา หรือทักษิณ นพ.พรหมินทร์ ตอบว่า “นายกฯเศรษฐา เป็นคนรับฟังความคิดเห็นของใครก็ได้แล้วนำมาปรับใช้ ยืนยันว่านายกฯคือเศรษฐา”
เมื่อถามอีกว่าปีหน้าประเทศไทยจะมีนายกฯ สองคนเข้ามาบริหารประเทศ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า “ผมไม่ได้พูดไม่ได้หมายความอย่างนั้น สื่อที่ถามฟังภาษาไทยออกหรือไม่หรือหูอื้อ ผมพูดชัดเจนว่ามีนายกฯคนเดียว”
เมื่อถามอีกว่า ยืนยันหรือไม่ว่า ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า อำนาจไม่เคยไปจากที่ไหนเลย อยู่ที่นายกรัฐมนตรีชื่อ เศรษฐา ทวีสิน เมื่อถามย้ำว่า เดือนพ.ค.เมื่อหมดอำนาจสว.จะไม่มีการเปลี่ยนตัวนายกฯใช่หรือไม่ เลขาธิการนายกฯ ตอบว่า “ไม่มีครับ ทำไมต้องเปลี่ยนประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรหรือ”
เมื่อถามว่าปี 2567 จะมีปัจจัยอะไรเสี่ยงต้องเปลี่ยนตัวนายกฯหรืออะไรที่กระทบรัฐบาลทำให้อยู่ไม่ครบวาระหรือไม่ เลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญคือเรื่องเศรษฐกิจโลก ส่วนเสถียรภาพของภาครัฐถือว่าแข็งแกร่ง ถ้ามุ่งต่อประโยชน์ประชาชนถือว่าเสียงเราดัง




