‘หมออ๋อง’ มาแล้ว! บุกทวง กม.ค้าง 31 ฉบับ

1 มี.ค. 2567 - 15:27

  • ‘หมออ๋อง’ มาตามนัด บุกเยี่ยมทำเนียบ ทวงกม.ค้าง 31 ฉบับ ยันไม่มีวาระซ่อนเร้น-กดดัน หวังปรับปรุงการทำงานร่วมนิติบัญญัติ-บริหาร ลั่น ไม่ไร้เดียงสา ไม่รู้กม.ไหนเข้า-ไม่เข้า

  • พร้อมจี้รมต.เลี่ยงกระทู้ แจงให้ชัดหวั่นผิดข้อบังคับ ยืนเก้อหน้าตึกบัญฯ ไม่มีรองเลขานายกฯ ต้อนรับ

dr_ong_arrived_government_1mar24_SPACEBAR_Hero_d4674694cb.jpg

ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 และ สส.พิษณุโลก พรรคเป็นธรรม เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอพบตัวแทนสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทวงถามร่างกฎหมายการเงินที่ยังค้างอยู่ 31 ฉบับ 

โดยปดิพัทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวได้ทำหน้งสือประสานมาแล้วสองครั้ง ยืนยันว่า ไม่ใช่การมาบุกตามที่เป็นข่าว แต่เป็นการมาประชุมร่วมกันเพื่อติดตามความคืบหน้าของร่างกฎหมาย เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดว่า แต่ละร่างอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว จึงอยากมาขอหารือถึงการทำงานร่วมกัน ยืนยันว่าเป็นเรื่องดีที่ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติมีโอกาสหารือกัน และมองว่าการที่รัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ในรัฐสภา ทางสำนักเลขาธิการนายกฯ ก็ต้องทราบเหตุผล เพราะในบางครั้งเอกสารที่แจ้งมายังสภาก็ไม่ได้ระบุชัดเจน 

เมื่อถามว่า ทางพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นการรุกล้ำอำนาจฝ่ายบริหาร ปดิพัทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มากดดันให้เขาเซ็น แต่มองว่าการทำงานร่วมกันมีเรื่องต้องปรับปรุง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังว่าต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่าวรวดเร็ว เพราะเป็นการพูดคุยครั้งแรก และเข้าใจในฝั่งรัฐบาล แต่ถ้าไม่พูดคุยกันเลย และตอบโต้กันผ่านหนังสืออย่างเดียวก็จะไม่มีโอกาสปรับปรุงการทำงานร่วมกัน

เมื่อถามว่า การที่รองประธานสภาฯ ต้องมาเอง แสดงว่าวิปที่ประสานกับรัฐบาลทำงานไม่ตอบโจทย์ใช่หรือไม่ ปดิพัทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่วิปรัฐบาล แต่ตนมีหน้าที่ดูแลการตรากฎหมายโดยตรง ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะแม้แต่ร่างของพรรคภูมิใจไทยเองก็ยังค้างอยู่ 

เมื่อถามต่อว่า ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร ปดิพัทธ์ กล่าวว่า “ท่านยังไม่มีความเห็น เพราะการดูแลเรื่องกฎหมายเป็นหน้าที่ตนเอง ยืนยันว่า เป็นการทำหน้าที่ปกติเพื่อช่วยให้กระบวยการนิติบัญญัติเป็นไปอย่างถูกต้อง” 

เมื่อถามต่อว่า ฝ่ายการเมืองมองว่า ปดิพัทธ์ ทำในนามส่วนตัวมากกว่า ปดิพัทธ์  กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ก็ยืนยันในเจตนา เพราะมีหลายร่างกฎหมายที่ยังไม่เข้า อาทิ ร่างของครม.ที่สุดท้ายต้องใช้ร่างของสส.อุ้ม ถ้าสภาฯ ทำได้เพียงรอร่างของรัฐบาล ก็จะผิดหลักการสากล

เมื่อถามต่ออีกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีธรรมเนียบที่รองประธานสภาฯ ต้องมาตามกฎหมายเองแบบนี้ ปดิพัทธ์ กล่าวว่า แล้วไม่ดีตรงไหน ส่วนตัวมองว่า ทำเนียบกับสภาฯ ควรใกล้ชิดกัน ถ้าทำงานร่วมกันบ่อยๆ ความไม่เข้าใจกันก็จะลดลง ไม่คิดว่าต้องวางตัวห่างกัน ฝ่ายบริหารเองก็มาที่สภาฯ บ่อย ถ้าสภาฯ จะมาเยี่ยมฝ่ายบริหารบ้าง ก็ไม่เห็นจะผิดธรรมเนียมอะไร 

“ขั้นตอนทางธุรการต้องเนี๊ยบกว่านี้ ต้องแจ้งชัดเจนว่าติดภารกิจสำคัญอะไร อย่างไร ตรงนี้ต้องมีโอกาสสะท้อนให้ฟัง ไม่ใช่ตอบโต้ผ่านสื่อ ต้องมีเวทีหารือแก้ไขปัญหาร่วมกัน และเรื่องกฎหมาย แน่นอนว่า ผมไม่ได้ไร้เดียงสา เรื่องจังหวะการเมืองที่จะทำให้ร่างกฎหมายไหนเข้าพิจารณาหรือไม่ แต่อย่างน้อยต้องมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมาว่าติดเรื่องอะไร” ปดิพัทธ์  กล่าว

เมื่อถามว่า ไม่มีวาระซ่อนเร้นอะไรใช่หรือไม่ ปดิพัทธ์ กล่าวว่า ไม่มี รีบคุยรีบกลับ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยมองว่าไม่มีมารยาททางการเมืองนั้น ส่วนตัวขอถามกลับว่า การมาคุยเพื่อทำงานร่วมกันเป็นเรื่องผิดมารยาทตรงไหน เข้ามาปิดทำเนียบหรือ หรือมาไม่สุภาพ ยืนยันว่า มาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และขอความร่วมมือเท่านั้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จสิ้น ปดิพัทธ์ ได้เดินเท้าต่อมายังบริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อรอพบกับตัวแทนของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) โดยระหว่างที่ยืนรออยู่หน้าตึกบัญชาการ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาล ได้พยายามติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องว่า ใครจะลงมาพูดคุย ทำให้รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งยืนรออยู่พูดว่า “สำนักงานเลขาธิการนายกฯ มีกี่คน ไม่อยู่สักคนเลยเหรอครับ”

จากนั้น รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้โชว์ภาพเอกสารที่ส่งมายังสำนักเลขาธิการนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าจะมีการมาสอบถามความคืบหน้าของร่างกฎหมายต่อสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที คณะของจงเจริญ สุวรรณรัตน์ ผอ.กองงานประสานงานทางการเมืองสำนัก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มาพบกับปดิพัทธ์ พร้อมกับเชิญขึ้นไปพูดคุยที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 2 

ต่อมา เวลา 14.00 น. ปดิพัทธ์ เปิดเผยว่า การมาที่ทำเนียบฯ ในวันนี้ เพื่อมาดูกระบวนการทำงานทางธุรการ ว่าเมื่อมีการส่งร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินมาแล้ว มีกระบวนการอย่างไร เพราะเวลาบอกว่ารอความเห็นจากหน่วยงานมันครอบคลุมทุกอย่าง รวมถึงมาสอบถาม เรื่องการการตอบกระทู้ถาม ที่เป็นประเด็นว่ารัฐมนตรีไม่มาตอบ แม้ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ระบุว่า หากรัฐมนตรีไม่มาตอบต้องชี้แจงเป็นหนังสือ บางท่านก็ชี้แจงละเอียด แต่บางท่านก็ชี้แจงไม่ละเอียดแค่บอกว่าติดภารกิจ ดังนั้น ต่อจากนี้อยากให้ชี้แจงชัดเจนขึ้น อีกประเด็นคือเรื่องความเดือดร้อนประชาชนที่ส่งมาที่ทำเนียบฯ หลังจากมีหารือในการประชุมสภาฯ ตรงนี้เราจะติดตามได้อย่างไร เนื่องจากประธานสภาฯ ร้อนใจว่าเรื่องหารือมีการตอบรับน้อย และจะสื่อสารกับประชาชนอย่างไร

ด้าน จงเจริญ กล่าวว่า รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหนังสือมาถึงสลน. โดยมีการพิจารณาแล้ว มีการมอบหมายตนเองไปพบรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ที่รัฐสภา ซึ่งส่วนตัวอยู่ระหว่างรอว่า จะให้ไปพบเมื่อไหร่ เป็นจังหวะหนังสือที่ส่งสวนทางกันจึงอาจดูขลุกขลักในวันนี้

จากนั้นเวลา 14.35น. ปดิพัทธ์ ให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า วันนี้ไม่ได้พบกับผู้บริหารรัฐบาล เพียงแต่พบกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งได้รับฟังและเข้าใจว่า ร่างกฎหมายต้องรับฟังความเห็นหน่วยงานต่างๆ จำนวนเยอะ แต่อยากให้เพิ่มรายละเอียดในเอกสารที่ตอบกลับสภาฯ ให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น เช่นคำว่ารอหน่วยงานว่า รัฐบาลส่งไปกี่หน่วยงาน มีหน่วยงานไหนตอบแล้วและยังไม่ตอบมา เพื่อทางสภาฯ จะได้เห็นความชัดเจน รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็จะได้ประเมินผลฝ่ายกฎหมายของตัวเอง 

ส่วนปัญหาที่รัฐมนตรีไม่ตอบกระทู้ สิ่งที่วิจารณ์คือหนังสือที่ตอบกลับจากรัฐมนตรีที่บอกว่าติดภารกิจไม่สามารถตอบกระทู้ได้ ตามข้อบังคับต้องเขียนว่า เป็นภารกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ที่ผ่านมาที่ทั้งรัฐมนตรีที่ทำได้ดีและไม่ดี บางคนตอบเพียงว่า ติดภารกิจ บางคนก็ลงรายละเอียด ส่วนตัวมองว่า การไม่บอกรายละเอียดว่า เป็นภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นการทำผิดข้อบังคับ จึงจำเป็นต้องรายงานต่อสาธารณะ และจากนี้ก็ได้ประสานว่าการทำหนังสือขอให้ทำโดยสมบูรณ์ ทั้งนี้ การหารือสองประเด็นวันนี้เรียกว่า เขายอมรับข้อเสนอ แต่จะทำได้หรือไม่ คิดว่า เป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมาสอบถามความคืบหน้ากฎหมายที่ทำเนียบอีกหรือไม่ ปดิพัทธ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์