นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยย้ำว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า ‘สูตรหาร 100’ ผ่านฉลุย ขอประกาศว่าสงครามจบสามารถนับศพทหารได้ ส่วนกระบวนการต่อไป ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ก็จะนำส่งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส ไปยังรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีเวลาอีก 5 วัน เพื่อรอว่าจะมีใครไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญคัดค้านอีกหรือไม่ หากไม่มีใครคัดค้าน ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงปรมาภิไธย
“ส่วนตัวตนจบแล้ว จะไม่มีการยื่นคัดค้านใดๆ อีก และคงเอาเวลาไปเตรียมตัวเลือกตั้งครั้งหน้า” นพ.ระวี กล่าว
นพ.ระวี กล่าวต่อว่า สำหรับการโปรดเกล้าฯลงมา น่าจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม 2566 โดยเชื่อว่า ระหว่างนี้จะไม่มีการยุบสภาฯ เพราะจะไม่มีกฎหมายรับรองการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อมีการทูลเกล้าฯลงมาแล้ว ก็อาจจะมีการยุบสภาฯ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566
เมื่อถามถึงการเมืองไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น นพ.ระวี ให้ความเห็นว่า สำหรับพรรคเล็ก อาจมีบางส่วนที่มีการยุบพรรคเพื่อไปควบรวมกัน หรือบางพรรคอาจสู้ต่อ โดยเมื่อจบการเลือกตั้งในปีหน้าก็คงมีพรรคเล็กหลายพรรคที่สูญพันธ์ ในส่วนของพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย อาจได้ ส.ส.มาเป็นอันดับหนึ่ง โดยน่าจะได้ที่นั่ง 200 บวกลบ ทิ้งอันดับ 2 ไม่เห็นฝุ่น โอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลก็สูงกว่า ซึ่งอาจมีการดึงพรรครัฐบาลในครั้งนี้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ก็คงต้องติดตามหลังการเลือกตั้งอีกครั้ง
นพ.ระวี ยังยืนยันถึงเดินหน้าต่อไปของพรรคพลังธรรมใหม่ โดยมองว่า พรรคเล็กจะต้องควบรวมกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตนได้เชิญชวนทุกพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงเข้าร่วมงานเพื่อประชาชน หากไม่มีพรรคใดเข้าร่วม พลังธรรมใหม่ก็จะยืนหยัดสู้พรรคเดียวต่อไป
“ส่วนตัวตนจบแล้ว จะไม่มีการยื่นคัดค้านใดๆ อีก และคงเอาเวลาไปเตรียมตัวเลือกตั้งครั้งหน้า” นพ.ระวี กล่าว
นพ.ระวี กล่าวต่อว่า สำหรับการโปรดเกล้าฯลงมา น่าจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม 2566 โดยเชื่อว่า ระหว่างนี้จะไม่มีการยุบสภาฯ เพราะจะไม่มีกฎหมายรับรองการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อมีการทูลเกล้าฯลงมาแล้ว ก็อาจจะมีการยุบสภาฯ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566
เมื่อถามถึงการเมืองไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น นพ.ระวี ให้ความเห็นว่า สำหรับพรรคเล็ก อาจมีบางส่วนที่มีการยุบพรรคเพื่อไปควบรวมกัน หรือบางพรรคอาจสู้ต่อ โดยเมื่อจบการเลือกตั้งในปีหน้าก็คงมีพรรคเล็กหลายพรรคที่สูญพันธ์ ในส่วนของพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย อาจได้ ส.ส.มาเป็นอันดับหนึ่ง โดยน่าจะได้ที่นั่ง 200 บวกลบ ทิ้งอันดับ 2 ไม่เห็นฝุ่น โอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลก็สูงกว่า ซึ่งอาจมีการดึงพรรครัฐบาลในครั้งนี้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ก็คงต้องติดตามหลังการเลือกตั้งอีกครั้ง
นพ.ระวี ยังยืนยันถึงเดินหน้าต่อไปของพรรคพลังธรรมใหม่ โดยมองว่า พรรคเล็กจะต้องควบรวมกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตนได้เชิญชวนทุกพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงเข้าร่วมงานเพื่อประชาชน หากไม่มีพรรคใดเข้าร่วม พลังธรรมใหม่ก็จะยืนหยัดสู้พรรคเดียวต่อไป




