นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้ามารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า จะเข้ามาต่อสู้ไม่ให้มีการปฏิวัติหรือรัฐประหารเกิดขึ้นอีก และแก้รัฐธรรมนูญกำจัดซากเดนการยึดอำนาจให้หมดไป รวมทั้งตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญและยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ ตลอดจนผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมการเมือง กรณีที่มีความเห็นแตกต่างทางการเมือง ย้อนไปถึงปี 49 แต่ไม่ได้ตั้งหลักการว่านิรโทษกรรมให้ใคร ยืนยันว่าไม่ได้ช่วยเหลือใคร โดยเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ก็ต้องไปดูว่าเข้าข่ายหลักเกณฑ์ที่จะได้รับนิรโทษกรรมหรือไม่ เพราะถ้าเป็นคดีทุจริตก็จะไม่ถูกนิรโทษกรรม
เมื่อถามถึงเรื่องการเลือกประธานสภาฯ นพ.ทศพร กล่าวว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยและพรรรคก้าวไกลไปคุยกันด้วยเหตุผลและตกลงกันให้ได้ว่าใครเป็นประธานสภาฯ ขอให้ทุกคนมีสติในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีหลักการพรรคที่ได้อับดับ 1 ได้เป็นประธานสภาฯ เนื่องจากการเลือกตั้งแต่ละครั้งไม่เคยมีใครหาเสียงว่า เลือกพรรคของตนแล้วให้ใครเป็นประธานสภาฯ เพราะที่ผ่านมามีแต่ให้พรรคที่มีเสียงข้างมากเป็นประธานสภาฯ แต่ก็ไม่ใช่หลักการ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ส.ส. 500 คนว่าจะเลือกใคร
“ตำแหน่งประธานสภาฯไม่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้เหมือนตำแหน่งนายกฯ เพราะมีหน้าที่ดูแลระบบนิติบัญญัติและดูแลการประชุมสภาฯให้เป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย เชื่อว่า ปัญหาประธานสภาฯระหว่าง 2 พรรคจะไม่ส่งกระทบต่อการสร้างความแตกระหว่าง 2 พรรค จนทำให้จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้” นพ.ทศพร กล่าว
เมื่อถามว่า การโหวตประธานสภาฯ ส.ส. พรรคเพื่อไทยต้องยึดมติพรรคหรือไม่ นพ.ทศพร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติว่ามีมติพรรคออกมาอย่างไร ซึ่งการโหวตจึงเป็นเอกสิทธิ ส.ส. 500 คน ทุกคนมีสิทธิโหวต แต่ควรตกลงให้ได้ว่าจะเสนอชื่อใครเป็นประธานสภาฯ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อถามถึงเรื่องการเลือกประธานสภาฯ นพ.ทศพร กล่าวว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยและพรรรคก้าวไกลไปคุยกันด้วยเหตุผลและตกลงกันให้ได้ว่าใครเป็นประธานสภาฯ ขอให้ทุกคนมีสติในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีหลักการพรรคที่ได้อับดับ 1 ได้เป็นประธานสภาฯ เนื่องจากการเลือกตั้งแต่ละครั้งไม่เคยมีใครหาเสียงว่า เลือกพรรคของตนแล้วให้ใครเป็นประธานสภาฯ เพราะที่ผ่านมามีแต่ให้พรรคที่มีเสียงข้างมากเป็นประธานสภาฯ แต่ก็ไม่ใช่หลักการ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ส.ส. 500 คนว่าจะเลือกใคร
“ตำแหน่งประธานสภาฯไม่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้เหมือนตำแหน่งนายกฯ เพราะมีหน้าที่ดูแลระบบนิติบัญญัติและดูแลการประชุมสภาฯให้เป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย เชื่อว่า ปัญหาประธานสภาฯระหว่าง 2 พรรคจะไม่ส่งกระทบต่อการสร้างความแตกระหว่าง 2 พรรค จนทำให้จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้” นพ.ทศพร กล่าว
เมื่อถามว่า การโหวตประธานสภาฯ ส.ส. พรรคเพื่อไทยต้องยึดมติพรรคหรือไม่ นพ.ทศพร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติว่ามีมติพรรคออกมาอย่างไร ซึ่งการโหวตจึงเป็นเอกสิทธิ ส.ส. 500 คน ทุกคนมีสิทธิโหวต แต่ควรตกลงให้ได้ว่าจะเสนอชื่อใครเป็นประธานสภาฯ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น



