ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สอบสวนกรณี บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป กระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นคดีพิเศษที่ 119/2567 และได้ส่งสำนวนการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวกรวม 19 ราย ไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567
คดีดังกล่าวยังมีผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดที่ลงทุนในต่างประเทศ 10 ประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 30 ราย และยังมีผู้เสียหายในประเทศที่ยังไม่ได้สอบสวนอีกกว่า 300 ราย ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอนุมัติให้แยกสำนวนการสอบสวนซึ่งเป็นคดีต่อเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษที่ 119/2567 ให้สอบสวนเป็นคดีพิเศษอีก 3 คดี ได้แก่
- คดีพิเศษที่ 16/2568 ดำเนินคดีฐานความผิดฟอกเงิน
- คดีพิเศษที่ 17/2568 คดีนอกราชอาณาจักรฯ
- คดีพิเศษที่ 18/2568 สำหรับผู้เสียหายในประเทศ
โดยมี ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งมอบหมายให้คณะพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุดรวม 6 ราย นำโดย นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว
ล่าสุดเมื่อวานนี้ ( 22 ก.ค.) ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดเผยว่า กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ได้จัดประชุม คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการร่วมสอบสวน โดยมีการวางแนวทางการสอบสวนผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดที่ลงทุนในต่างประเทศ 10 ประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 30 ราย ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการประสานให้มีการสอบสวนผู้เสียหายผ่านกฎหมายพระราชบัญญัติ ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ไปยังประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสวีเดน ประเทศออสเตรเลีย และประเทศอื่น ๆ ที่มีผู้เสียหายพำนักอยู่
รวมทั้งเร่งรัดวางแผนการสอบสวนพยานผู้เสียหายและตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก และประสานงานกับสำนักงาน ปปง. ในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีการอายัดภายใต้คดีพิเศษที่ 119/2567 และส่งมอบให้สำนักงาน ปปง.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ก่อนหน้านี้ด้วย

โดย วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ขอให้คณะพนักงานสอบสวนเร่งรัดในการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว หากการสอบสวนปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงแม่ทีมที่เข้าข่ายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด ก็จะได้ร่วมกันพิจารณาดำเนินคดีต่อไป
สำหรับความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 18/2568 พันตำรวจโท อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กล่าวถึงกรณีมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่เคยแจ้งความร้องทุกข์ หรือ ไม่เคยดำเนินคดี ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้ประกาศให้ผู้เสียหายร้องทุกข์และลงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั้น ได้มอบหมายให้ สาวปริมณ์ สาริยา ผู้อำนวยการส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ 2 ส่งประเด็นการสอบสวนไปยังกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเพื่อดำเนินการสอบปากคำ
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายของผู้เสียหายในการเดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่ง ในทางสืบสวนพบหลักฐานการชักชวนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เข้าลักษณะเป็นแม่ทีมที่ชักชวน และได้รับผลประโยชน์เป็นจำนวนมากหากปรากฏพยานหลักฐานที่ชัดเจนก็จะประชุมมีมติ เรียกบุคคลเหล่านั้นมาแจ้ง ข้อกล่าวหาโดยกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบจะแจ้งความคืบหน้าของการดำเนินการให้ประชาชนทราบเป็นระยะ



