'สวนดุสิตโพล' มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง 'ปัญหาเร่งด่วนของคนไทย ณ วันนี้' จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,264 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 11 – 14 มีนาคม 2568 โดยแยกเป็นคำถาม 5 หัวข้อ
‘5 ปัญหาเร่งด่วน’ ณ วันนี้ ที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลแก้ไขมากที่สุด
อันดับ 1 ค่าครองชีพ/ราคาสินค้า 72.55%
อันดับ 2 รายได้/หนี้สิน 69.09%
อันดับ 3 การเมือง 65.28%
อันดับ 4 กระบวนการยุติธรรม 64.58%
อันดับ 5 ปัญหาภาคการเกษตร 62.30%
ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะแก้ไข ‘ปัญหาเร่งด่วน’ ได้สำเร็จหรือไม่ โดยกลุ่มตัวอย่างมองว่า
- ค่าครองชีพ/ราคาสินค้า ไม่น่าจะสำเร็จ 68.80% น่าจะสำเร็จอยู่ 31.20%
- รายได้/หนี้สิน ไม่น่าจะสำเร็จ 74.33% น่าจะสำเร็จอยู่ 25.67%
- การเมือง ไม่น่าจะสำเร็จ 72.18% น่าจะสำเร็จอยู่ 27.82%
- กระบวนการยุติธรรม ไม่น่าจะสำเร็จ 71.61% น่าจะสำเร็จอยู่ 28.39%
- ปัญหาภาคการเกษตร ไม่น่าจะสำเร็จ 76.30% น่าจะสำเร็จอยู่ 23.70%
ปัญหาที่พบในช่วงรัฐบาลแพทองธาร เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ ประชาชนคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง
- อันดับ 1 ปัญหายังมีเหมือนเดิม ยังไม่เห็นการแก้ไขที่ชัดเจน เช่น ทุจริตคอร์รัปชัน การเมือง 43.75%
- อันดับ 2 หลายปัญหาแย่ลง กระทบต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น ค่าครองชีพ หนี้สิน 29.19
- อันดับ 3 หลายปัญหามีแนวโน้มดีขึ้น เช่น กระตุ้นการท่องเที่ยว ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 27.06%
ประชาชนคิดว่ามาตรการแจกเงิน 10,000 บาท ในกลุ่มวัยรุ่นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้มากน้อยเพียงใด
- อันดับ 1 พอจะช่วยได้บ้าง อาจกระตุ้นในช่วงสั้น ๆ แต่ไม่ส่งผลระยะยาว 34.18%
- อันดับ 2 ช่วยได้เล็กน้อย วัยรุ่นอาจใช้เงินกับสินค้าและบริการเฉพาะกลุ่ม 28.80%
- อันดับ 3 ไม่ช่วยเลย ไม่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง เพิ่มภาระงบประมาณของรัฐ 23.65%
- อันดับ 4 ช่วยได้มาก เพราะการใช้จ่ายของวัยรุ่นก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม 13.37%
โดย ‘พรพรรณ บัวทอง’ ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลสะท้อนชัดว่า ‘ปัญหาปากท้อง’ ยังคงเป็นความกังวลหลักของประชาชน แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลแต่หลายปัญหายังคงเดิมโดยยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทั้งปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาการเมือง หรือค่าครองชีพที่พุ่งไม่หยุด ด้านมาตรการแจกเงินหมื่นก็ยังถกเถียงกันถึงเรื่องประสิทธิภาพ เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกันประชาชนจึงรู้สึกว่า ‘รัฐบาลก็ใหม่..แต่ทำไมยังไม่แตกต่าง?’
ด้าน ‘ผศ.ศิริมา บุญมาเลิศ’ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลโพลสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลแก้ไขให้ดีขึ้น แต่เสียงของประชาชนกลับสะท้อนออกมาว่า รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องปากท้องให้ดีขึ้นได้ แม้ว่ารัฐบาลได้ผลักดันนโยบายแจกเงิน 10,000 บาท เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้วก็ตาม แต่ประชาชนยังมองว่าการแก้ปัญหายังไม่ตรงจุด เพราะตัวเลขจีดีพีที่รัฐบาลแถลงออกมาว่าขยับตัวดีขึ้นและจะโตมากขึ้นไปอีก กลับสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่หดตัวและซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ประชาชนมองว่านโยบายแจกเงิน 10,000 บาท ช่วยแก้ปัญหาปากท้องได้เพียงเล็กน้อยระยะสั้น แต่ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่สำคัญเร่งด่วน อาทิ ค่าครองชีพ ราคาสินค้า และหนี้สินได้ในระยะยาว
“เมื่อนำผลงานของรัฐบาลปัจจุบันไปเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้ว จึงทำให้ประชาชนมองว่ายังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีกว่า ซ้ำร้ายปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันยังมีมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศมากขึ้นไปอีก”
— ผศ.ศิริมา กล่าว




