โพลสำรวจความนิยมเปรียบเทียบรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2567” พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤษภาคม 2567 เฉลี่ย 4.72 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2567 ที่ได้ 4.63 คะแนน
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 5.20 คะแนน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน) ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ การแก้ปัญหาความยากจน เฉลี่ย 4.32 คะแนน (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน)
ส่วนนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาท โดดเด่นประจำเดือน คือ เศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 45.56 ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 56.77
ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรึงราคาดีเซล ก๊าซหุงต้ม ลดค่าไฟ ร้อยละ 47.61 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบ คือ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 52.05

พรพรรณ บัวทอง นักวิจัยสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลสำรวจสะท้อนว่าประชาชนมองการทำงานของรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่มีการทำงานเชิงติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้นตั้งแต่การประมูลข้าว 10 ปี ดิจิทัลวอลเล็ต และงานต่าง ๆ ของรัฐบาล ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากการตรึงราคาดีเซลและก๊าซหุงต้ม การลดค่าไฟ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และการเพิ่มสิทธิผู้ประกันตน รักษามะเร็ง ก็ถือว่าเป็นผลงานของรัฐบาลที่มองเห็น จับต้องได้ และประชาชนได้ประโยชน์
ด้าน อัญชลี รัตนะ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัย สวนดุสิต กล่าวว่า จากผลการสำรวจแม้คะแนนภาพรวมจะดีขึ้น แต่หากดูในรายละเอียดแต่ละประเด็น กล่าวได้ว่า ตลอดระยะเวลา 8 เดือนของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย ยังไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของประชาชนได้มากพอ
โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ประกาศไว้ตั้งแต่กันยายน 2566 หรือนโยบายที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหาหนี้สิน ผนวกกับช่วงต้นเดือนมีเหตุการณ์การเสียชีวิตของ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างอดอาหารในเรือนจำ โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญคือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประเด็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน การมีส่วนร่วมของประชาชน
ในขณะที่นักโทษทางการเมืองอย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษและสามารถเดินทางพบปะประชาชนและเครือข่ายแกนนำทางการเมืองได้โดยเสรี จึงส่งผลต่อบรรยากาศของสภาพสังคมโดยรวม และส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชน ขณะที่ความเชื่อมั่นในการทำงานของ ฝ่ายค้านกลับเป็นตัวชี้วัดที่มีคะแนนสูงขึ้น สะท้อนว่าประชาชนยังเห็นว่าพรรคฝ่ายค้านยังเป็นที่พึ่งและยังเป็นความหวังของประชาชน

‘ประเสริฐ’ ปัดโพลสำนักงานสถิติฯ ออกมาเกทับ หลังคะแนนนิยม ‘เพื่อไทย’ ร่วง
สำหรับกรณีรัฐบาลมีการแถลงร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า ประชาชนพอใจผลงานรัฐบาล แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า ไม่ตรงกับผลโพลที่สถาบันพระปกเกล้า ทำออกมานั้น
ในเรื่องนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงว่า โพลแต่ละสำนักก็มีออกมาตลอด แต่ในส่วนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนตลอดเวลาอยู่แล้ว เป็นงานปกติที่ทำกันอยู่ พร้อมยืนยันว่า ไม่ใช่การเอาข้อมูลมาเกทับข้อมูลที่รัฐบาลทำงานไม่ดีใช่หรือไม่
เราสำรวจมาตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลทำงานมาได้ 6-7 เดือนพอดี เป็นการสำรวจในสิ่งที่ได้ทำอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงข้อมูลที่ระบุว่า ประชาชนพึงพอใจจะเอาไปทำอะไรบ้าง ประเสริฐ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า นโยบายของรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว และหลายอย่างประชาชนให้ความพึงพอใจ ซึ่งหากมีข้อสังเกตอะไรรัฐบาลก็พร้อมรับฟัง และนำไปแก้ไขต่อไป

‘วราวุธ’ มองผลโพลรัฐบาลทำงาน 6 เดือน ‘นายกฯ-ครม.’ ทำงานเต็มที่
ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เผยความเห็นในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ถึงประเด็นผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล 6 เดือนที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรีเองก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ สังเกตได้ว่า ทั้งภารกิจในประเทศที่นายกรัฐมนตรีมีการลงพื้นที่อยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งแอบไปลงพื้นที่ เพื่อให้ได้เห็นว่า หน้างานจริงๆ เป็นอย่างไร รวมถึงมีการประสานงานกับต่างประเทศด้วย
ดังนั้น 6 เดือนที่ผ่านมา ผมเห็นว่านายกรัฐมนตรีทำงานเต็มที่ ในแต่ละกระทรวงเอง ผมเชื่อว่า ก็คงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจที่ผมดูแลอยู่ ในส่วนของกระทรวง พม. ซึ่งเราทำงานอย่างเต็มที่
วราวุธ เผยด้วยว่า นายกรัฐมนตรีย้ำให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วตามระเบียบ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน




