เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาพ.ศ 2568 หรือที่เรียกว่า ‘นโยบายประชานิยม’ ซึ่งณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต.ได้ลงนามเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญ นอกจากจะกำหนดให้การกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่จะใช้ในการโฆษณาหาเสียงต้องคำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และต้องมีการระบุถึงวงเงินที่จะใช้ ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ ความคุ้มค่าประโยชน์ในการดำเนินนโยบายผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายตามที่มาตรา 57 ของ พรป. ว่าด้วยพรรคการเมือง2560 กำหนดแล้ว ยังกำหนดเวลาให้พรรคการเมืองต้องรายงานนโยบายดังกล่าวต่อกกต.ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
นอกจากนี้ กำหนดให้กกต.สามารถตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นชุดหนึ่ง ซึ่งกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งอย่างน้อยต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านใดด้านหนึ่งเกี่ยวกับการเงินการคลัง นโยบายสาธารณะและเศรษฐกิจมหภาคมีหน้าที่ ตรวจสอบนโยบายดังกล่าวของพรรคการ เมือง เรียกเอกสารหลักฐาน หรือให้พรรค การเมืองชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการได้ และกรณีที่พรรคการเมืองยังดำเนินการไม่ครบถ้วนถูกต้องคณะกรรมการตรวจสอบก็สามารถเสนอต่อกกต.ให้สั่งพรรคการเมืองดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งเมื่อตรวจสอบแล้ว สามารถมีข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกตต่อนโยบายของพรรคการเมืองเพื่อประกอบการพิจารณาของกกต.ได้ และเมื่อ กกต.ได้รับรายงานก็ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ
ทั้งนี้ ตามแบบฟอร์มแนบท้ายประกาศซึ่งเป็นเอกสารที่พรรคการเมืองต้องกรอกรายละเอียดเพื่อยื่นต่อกกต.นั้นยังมีการระบุด้วยว่า การหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กำหนดเป็นนโยบายของพรรค การเมืองตาม มาตรา 74 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 รวมถึงบทกำหนดโทษกรณีพรรคการเมืองใดไม่ทำรายการให้ครบถ้วน กกต.จะสั่งให้ดำเนินการจัดทำรายการให้ครบถ้วนและถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดหากไม่ดำเนินการต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตาม มาตรา 121ของกฎหมายเดียวกัน




